
เขาพระบาท หรือเขาพระตำหนัก (บ้างเรียกเขาพัทยา) อยู่ระหว่างพัทยาใต้กับหาดจอมเทียน มีลักษณะเป็นภูเขาเตี้ยๆ มีทางลาดยางขึ้นไปตลอดจนถึงยอดเขา มีจุดชมวิวที่สวยที่สุดของเมืองพัทยาสามารถมองเห็นหาดรูปโค้งคล้ายวงพระจันทร์ของหาดและความเจริญของอาคารบ้านเรือนโดยรอบได้อย่างชัดเจน จึงไม่น่าแปลกใจที่มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากแวะขึ้นมาอย่าไม่ขาดสาย พัทยา โดยเฉพาะเวลากลางคืน แสงไฟของเทืองจะสว่างไสวสวยงามน่าชม
ปัจจุบันเขาพระบาทได้รับการพัฒนา ให้เป็นสถานที่ตั้งของสถานีวิทยุ ส.ทร. 5 ของทหารเรือและ มีบริเวณเชิงเขามีสวนสาธารณะสำหรับพักผ่อนออกกำลังกาย ชื่อว่า “สวนเฉลิมพระเกียรติ” เป็นสวนสาธารณะขนาดเล็ก เนื้อที่ประมาณ 15 ไร่ ประดับด้วยไม้ดอกนานาชนิด และที่ตั้งของสำนักงาน การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
นอกจากนี้ บนยอดเขามีพระพุทธสุโขทัยชลทานซึ่งเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ปางมารวิชัย และพระรูปจำลองพลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมหลวงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ ประดิษฐานอยู่
ทั้งนี้ นักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมเขาพระตำหนักได้เวลา 07.00 -22.00 น. โดยไม่เสียค่าเข้าชม
ขอขอบคุณข้อมูลจาก
thaigoodview.com
pattayadailynews.com
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก
เว็บไซต์ส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดชลบุรี


ปราสาทสัจธรรม (The Sanctuary of Truth) เป็นสถาปัตยกรรมไม้ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ตั้งอยู่บริเวณแหลมราชเวช ตำบลนาเกลือ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี ชาวบ้านเรียกชื่อปราสาทแห่งนี้โดยทั่วไปว่า “วังโบราณ” หรือ “ปราสาทไม้” เป็นปราสาทไม้ริมทะเลที่อลังการตระการตา งดงามด้วยประติมากรรมและลวดลายแกะสลักที่สะท้อนให้เห็นถึงโลกทัศน์ ภูมิปัญญา คุณธรรมและปรัชญาของคนในโลกตะวันออก และศิลปวัฒนธรรมอันเป็นมรดกของมนุษย์ ที่สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของศาสนาในฐานะเป็นเครื่องค้ำจุนโลก โดยเน้นหลักสำคัญคือ ก่อกำเนิดทั้ง 7 คือ ฟ้า ดิน พ่อ แม่ พระอาทิตย์ พระจันทร์ และดวงดาว และคุณธรรมข้อประพฤติปฏิบัติทั้ง 4 คือ
เทวดาถือดอกบัว หมายถึง ตั้งหลักให้กับโลก – ศาสนา
เทวดาอุ้มเด็กจูงคนชรา หมายถึง ให้ชีวิตแก่มนุษย์ – การสืบต่อ
เทวดาถือหนังสือ หมายถึง ต่อเนื่องปรัชญาอมตะ – ปัญญา
เทวดามีนกพิลาปเกาะมือ หมายถึง เพื่อความสงบสุขของโลก – สันติภาพ
คุณเล็ก วิริยะพันธ์ ผู้ก่อตั้งเมืองโบราณ จังหวัดสมุทรปราการ ได้เริ่มออกแบบ และก่อสร้างปราสาทสัจธรรมด้วยไม้ทั้งหลัง ในปี พ.ศ.2524 โดยใช้ระบบเข้าเดือยไม้แบบไทย หรือใส่สลักไม้ นับเป็นงานสถาปัตยกรรมและศิลปกรรมแห่งศตวรรษ ซึ่งได้รับรางวัลประเภทรายการแหล่งท่องเที่ยวดีเด่น จากรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ประจำปี พ.ศ. 2551
นอกจากสถาปัตยกรรมชั้นยอด ยังมีกิจกรรมกลางแจ้งอื่นๆ ที่น่าสนใจไว้คอยบริการนักท่องเที่ยวอีก ไม่ว่าจะเป็น ขี่ม้า นั่งรถม้า ขี่ช้างชมปราสาทสัจธรรม ขับเรือเร็ว นั่งเรือเร็วชมปราสาททางทะเล ขับรถเอทีวี กระโดดหอ ทอสอบกำลังใจและกิจกรมกลางแจ้งอื่น ๆ อีกมากมาย
ทั้งนี้ เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 8.00น.-17.00น. รอบสาธิตการฝึกโลมา แสดงทุกวัน เวลา 11.30 น. และ 15.30 น ค่าเข้าชมท่านละ 500 บาท
ติดต่อสอบรายละเอียดล่วงหน้าได้ที่ โทร. 038-367-229,038-367-915 หรือเว็บไซต์ www.sanctuaryoftruth.com
ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก
, pattayadailynews.com


ใครที่รักช้าง ชอบช้างฟังทางนี้… หากคุณมีโอกาสมาเยือนเมืองพัทยา ต้องไม่พลาดแวะหมู่บ้านช้าง เพราะที่นี่เป็นแหล่งท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งที่นิยมของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ ทุกวันจะมีการแสดงของช้างและการแสดงการจับช้างป่า
ทั้งนี้ หมู่บ้านช้าง เป็นสถานที่ฝึกฝนช้างบ้านเพื่อกิจกรรมการท่องเที่ยว ฝึกให้รู้จักแสดงต่างๆ การพานักท่องเที่ยวนั่งช้างท่องเที่ยวรอบนอกของเมืองพัทยา ช้างที่เข้าร่วมกิจกรรมเหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นช้างที่เคยทำงานในป่ามาก่อน ปัจจุบันนี้งานในป่าลดน้อยลงเลยเปลี่ยนมาฝึกหัดให้บริการนักท่องเที่ยว มีรายได้จากนักท่องเที่ยวเป็นค่าใช้จ่ายในการดูแลช้างให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น
นอกจากนี้ คุณยังจะได้้ความรู้เกี่ยวกับชีวิตของช้าง และวิถีชิวตที่ผูกพันระหว่างคนกับช้าง เช่น การให้อาหาร ช้างสอนคน คนฝึกช้างให้ทำงาน การนั่งช้างชมทัศนียภาพภูเขา และทะเลสาบเดินป่า ล่อแพ นั่งเกวียน ฯลฯ
การแสดงโชว์
1. ท่องเที่ยวแบบครบวงจร (เดินทางไปกับช้าง, เดินทางท่องเที่ยวในป่า, ล่องแพ, นั่งเกวียน, อาหารเช้า หรืออาหารเย็น เวลา 10.30 น. – 16.00 น.
2. โชว์ช้าง ใช้เวลา 90 นาที เวลา 14.30 น. – 16.00 น.
3. นั่งช้างท่องเที่ยว ใช้เวลา 60 นาที สามารถนั่งชมได้ตลอดเวลาทำการ

อัตราค่าเข้าชม
- การแสดงช้าง มีวันละ 1 รอบ เวลา 14.30 น. ค่าเข้าชมท่านละ 250 บาท
- บริการขี่ช้างชมป่าวันละ 4 รอบ คือ เวลา 08.30 น. 10.00 น. 12.00 น. และ 16.00 น. คิดราคา ท่านละ 600 บาท
การเดินทาง
จากถนนสุขุมวิทเข้าถนนพรประภานิมิตรมา (เส้นทางเดียวกับสวนป่าพนารักษ์ และสยาม คันทรีคลับ) ประมาณ 5 กิโลเมตร และเลี้ยวขวาเข้าเส้นทางไปมาบยายเลีย 2 กิโลเมตร ตั้งอยู่ที่ 48/120 หมู่ 7 ตำบลหนองปรือ ถนนพรประภานิมิตร
หมายเลขโทรศัพท์ที่สำคัญ
โทรศัพท์ : 0-3842-8648
เว็ปไซต์ : www.elephant-village-pattaya.com
ขอขอบคณข้อมูลและภาพประกอบจาก
- pattayadailynews.com
- elephant-village-pattaya.com





บ้านสุขาวดี เป็นคฤหาสน์ริมทะเลพัทยา ตั้งอยู่บริเวณชายทะเล อำเภอบางละมุง บนเนื้อที่กว่า 80 ไร่ ตัวบ้านเป็นสถาปัตถกรรมประยุกต์แบบโรมันที่ใช้โทนสีชมพูและฟ้าเป็นหลัก ภายในมีการตกแต่งที่หรูหรา ด้วยเฟอร์นิเจอร์ที่โดดเด่นสไตล์ยุโรป เปิดให้นักท่องเที่ยว และผู้ที่สนใจเข้าชม บ้านสุขาวดีเป็นบ้านของคนไทย โดยเจ้าของคือ ดร.ปัญญา โชติเทวัญ เจ้าของธุรกิจสหฟาร์ม
ประวัติของบ้านสุขาวดี
บ้านสุขาวดี เริ่มก่อสร้างขึ้นในปี 2543 บนเนื้อที่ 12 ไร่ ติดถนนสุขุมวิท หลักกิโลเมตรที่ 129 ห่างจากที่ว่าการอำเภอบางละมุง ประมาณ 1 กิโลเมตร มีชายหาดยาว 400 เมตร ปัจจุบันมีเนื้อที่กว่า 80 ไร่
“บ้านสุขาวดีเปิดกว้างขึ้นด้วยเจตนารมณ์ที่ต้องการให้ผู้มีโอกาสได้มาสัมผัสเป็นเจ้าของร่วมกันและได้ค้นพบถึงสัจธรรมในการดำเนินชีวิต พร้อมทั้งสิ่งศักดิ์สิทธิ์มากมายที่ควรสักการะ อาทิเช่น พระพุทธเจ้าปางประสูติ , พระแม่กวนอิม , พระเจ้าตากสินมหาราช , รัชกาลที่ 5 , กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ หรือพระบิดาแห่งราชนาวีไทย เป็นต้น ทุกสิ่งทุกอย่างในสถานที่แห่งนี้ถูกกำหนดขึ้นอย่างมีดีไซน์ ประกอบด้วยศาสตร์ และศิลป์อย่างลงตัว สมดุล และมีเหตุมีผล ด้วยบรรยากาศเงียบสงบ แวดล้อมด้วยพันธุ์ไม้ และภูมิทัศน์ที่งดงาม และยังมีอาคารโดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรม ด้วยอำนาจของความรัก ความเมตตา ของผู้สร้างซึ่งไม่เคยยอมแพ้และไม่ยอมให้ความจนเป็นข้อจำกัดในชีวิต ขอให้สิ่งเหล่านี้เป็นกำลังใจ หรือเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของแง่คิดที่จะนำพาท่านไปสู่จุดหมาย” ดร.ปัญญา

บ้านสุขาวดี ประกอบด้วยอาคารหลักๆ ดังนี้
1. อาคารพระแม่กวนอิม (Main building & Goddess of Mercy)
2. อาคารโดมพระ (Buddha tower)
3. ศาลหลักเมือง (Sukhawadee?s Pillar Shrine)
4. ความลับสวรรค (Yin – Yang Zone)
5. อาคารพุทธบารมี (Buddhabaramee/Convention Hall) / เวที่เฉลิมพระเกียรติ (Royal Chalermprakiet stage)
6. โดมละหมาด (Salah Dome ) / อาคารไอริสโซเฟีย (Airis Sophia?s souvenir shop )
7. สหฟาร์มสเตชั่น (Saha Farm Station)
8. จุดบริการอาหารและเครื่องดื่ม ( Saha Farm Kitchen & Restaurant)
9. อาคารสโมสร (Club House)
10. อาคารสัจธรรม (Hall of Truth)
ทั้งนี้ บ้านสุขาวดีเปิดให้บุคคลภายนอกเข้าไปเที่ยวชมความงามในวันธรรมดาจันทร์-ศุกร์ เวลา 08.30 – 18.00 น. เฉพาะบริเวณด้านนอกของบ้าน แต่ในช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ จะเปิดให้เข้าชมภายในตัวบ้าน ตั้งแต่เวลา 08.00 – 18.00 น. และยังสามารถขึ้นไปยังชั้นดาดฟ้าเพื่อเข้าไปสักการะเจ้าแม่กวนอิม ซึ่งได้รับการล่ำลือว่าศักดิ์สิทธิ์ขอพรสิ่งใดก็ได้ดังปรารถนา
อัตราค่าเข้าชม
ผู้ใหญ่ – บุคคลทั่วไป 200 บาท
เยาวชน นักเรียน นักศึกษา 50 บาท
นักบวช พระภิกษุสงฆ์ และเด็กที่มีความสูงไม่เกิน 100 เซนติเมตร ไม่เสียค่าผ่านประตู
ติดต่อรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ทางโทรศัพท์หมายเลข 01-572-4067, 09-813-2971, 038-223454
ขอขอบคุณข้อมูลจาก
, sukhawadee.com
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก
pattayadailynews.com