<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ท่องเที่ยว พัทยา Pattaya &#187; สถานที่ท่องเที่ยว</title>
	<atom:link href="http://pattaya.kapook.com/category/%e0%b8%aa%e0%b8%96%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%97%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://pattaya.kapook.com</link>
	<description>ที่พักพัทยา แผนที่พัทยา คลิกเลย</description>
	<lastBuildDate>Fri, 14 Aug 2009 07:44:06 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.8.4</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>อ่างศิลา 133 ปี</title>
		<link>http://pattaya.kapook.com/00028/</link>
		<comments>http://pattaya.kapook.com/00028/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 14 Aug 2009 07:43:04 +0000</pubDate>
		<dc:creator>pimjun</dc:creator>
				<category><![CDATA[สถานที่ท่องเที่ยว]]></category>
		<category><![CDATA[อ่างศิลา]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://pattaya.kapook.com/?p=208</guid>
		<description><![CDATA[

 
ขอเชิญร่วมงาน อ่างศิลา 133 ปี  ณ จังหวัดชลบุรี
รายละเอียด

อ่างศิลาในปัจจุบัน คนพื้นที่ดั้งเดิมเรียกกันว่า &#8220;อ่างหิน&#8221; สมัยรัชกาลที่ 3 ชาวตะวันตกและคนบางกอก มาพักตากอากาศกันมาก ชื่ออ่างหินก็เริ่มเปลี่ยนแปลงให้ดูเป็นสากลมากขึ้น โดยมีหลักฐานบันทึกถึงชื่อ &#8220;อ่างศิลา&#8221; ดังนี้&#8230;
เมื่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จประพาสจังหวัดชลบุรี ได้ประทับแรมที่อ่างศิลา โดยมีลายพระราชหัตถเลขา ลงวันที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2419  พรรณนาอ่างศิลา ตอนหนึ่งว่า
&#8220;&#8230;เรียกชื่อว่าอ่างศิลานั้น เพราะมีแผ่นดินสูงเป็นลูกเนิน มีศิลาก้อนใหญ่ๆ เป็นศิลาดาด และเป็นสระยาวรี อยู่ 2 แห่งๆหนึ่งลึก 7 ศอก กว้าง 7 ศอก ยาว 10 วา แห่งหนึ่งลึก 6 ศอก กว้าง 1 วา 2 ศอก ยาว 7 วา เป็นที่ขังน้ำฝน น้ำฝนไม่รั่วซึมไปได้ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p align="center">
<img src="http://www.tourismthailand.org/ajaxengine/upload/mod_cms_market/86/html_library/central/anglsila.jpg" alt="" width="480" height="221" align="middle" /></p>
<p><span style="color: #0099ff;"><strong> </strong></span><br />
<strong></strong><span style="font-weight: bold;">ขอเชิญร่วมงาน อ่างศิลา 133 ปี  ณ จังหวัดชลบุรี</p>
<p></span><strong><span style="color: #ff0000;">รายละเอียด<br />
</span></strong></p>
<p>อ่างศิลาในปัจจุบัน คนพื้นที่ดั้งเดิมเรียกกันว่า &#8220;อ่างหิน&#8221; สมัยรัชกาลที่ 3 ชาวตะวันตกและคนบางกอก มาพักตากอากาศกันมาก ชื่ออ่างหินก็เริ่มเปลี่ยนแปลงให้ดูเป็นสากลมากขึ้น โดยมีหลักฐานบันทึกถึงชื่อ &#8220;อ่างศิลา&#8221; ดังนี้&#8230;</p>
<p>เมื่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จประพาสจังหวัดชลบุรี ได้ประทับแรมที่อ่างศิลา โดยมีลายพระราชหัตถเลขา ลงวันที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2419  พรรณนาอ่างศิลา ตอนหนึ่งว่า</p>
<p><span style="color: #0000ff;">&#8220;&#8230;เรียกชื่อว่าอ่างศิลานั้น เพราะมีแผ่นดินสูงเป็นลูกเนิน มีศิลาก้อนใหญ่ๆ เป็นศิลาดาด และเป็นสระยาวรี อยู่ 2 แห่งๆหนึ่งลึก 7 ศอก กว้าง 7 ศอก ยาว 10 วา แห่งหนึ่งลึก 6 ศอก กว้าง 1 วา 2 ศอก ยาว 7 วา เป็นที่ขังน้ำฝน น้ำฝนไม่รั่วซึมไปได้ </span><br style="color: #0000ff;" /><br style="color: #0000ff;" /><span style="color: #0000ff;"> ท่านเจ้าพระยาทิพากรวงษ์มหาโกษาธิบตี เห็นว่าเป็นประโยชน์กับคนทั้งปวงจึงให้หลวงฤทธิ์ศักดิ์ชลเขตร ปลัดเมืองชลบุรี เป็นนายงานก่อเสริมปากบ่อกั้นน้ำ มิให้น้ำที่โสโครกกลับลงไปในบ่อได้ ราษฎร ชาวบ้านและชาวเรือไปมาได้อาศัยใช้น้ำฝนในอ่างศิลานั้น บางปีถ้าฝนตกมาก ถ้าใช้น้ำแต่ลำพังชาวบ้านก็ได้ใช้น้ำทั้งสองแห่งและบ่ออื่นๆ บ้างพอตลอดปีไปได้ บางปีฝนน้อย ราษฎรได้อาศัยใช้แต่เพียง 5 เดือน 6 เดือน ก็พอหมดน้ำในอ่างศิลา แต่น้ำในบ่อแห่งอื่นๆ ที่ราษฎรขุดขังน้ำฝนไว้ใช้นั้น มีอยู่หลายแห่งหลายตำบล ถึงน้ำในอ่างศิลา สองตำบลนี้แห้งไปหมดแล้วราษฎรก็ใช้น้ำบ่อแห่งอื่นๆ ได้จึงได้เรียกว่า &#8220;บ้านอ่างศิลา&#8221; มาจนถึงทุกวันนี้&#8221;</span></p>
<p>ปัจจุบันอ่างศิลายังเป็นชุมชนชาวประมง มีสินค้าอาหารทะเลแปรรูปจำหน่ายมากมาย รวมทั้งมีสินค้าหัตถกรรมขึ้นชื่อคือ ครกหิน และผ้าทออ่างศิลา เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวนิยมแวะมารับประทานอาหารทะเล และซื้อของฝากกันมาก</p>
<p><strong>แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวในอ่างศิลา</strong></p>
<p><span style="color: #660000;"><strong><img src="http://img.kapook.com/image/travel/ico-1728.gif" border="0" alt="" /> </strong></span><span style="color: #660000;"><strong>พระตำหนักมหาราช   พระตำหนักราชินี<br />
</strong></span><br />
เป็นรูปแบบทางสถาปัตยกรรมที่เรียกว่า &#8220;อิทธิพลทางตะวันตกแบบเมืองขึ้น&#8221; ตึกทั้งสองหลังนี้สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้บูรณปฏิสังขรณ์ในระหว่างที่ทรงสำเร็จราชการแทน พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งเสด็จประพาสยุโรป พระราชทานนามตึกหลังใหญ่ว่า &#8220;ตึกมหาราช&#8221; ตึกหลังเล็กว่า &#8220;ตึกราชินี&#8221;  กรมศิลปากรได้ประกาศให้ตึกทั้งสองหลังขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2539</p>
<p><span style="color: #660000;"><strong><img src="http://img.kapook.com/image/travel/ico-1728.gif" border="0" alt="" /> </strong></span><span style="color: #660000;"><strong>วัดอ่างศิลา<br />
</strong></span><br />
เดิมชื่อ &#8220;วัดนอก&#8221; ตั้งอยู่ใกล้กับ &#8220;วัดใน&#8221; ภายหลังรวมกันเป็น วัดอ่างศิลา พระอุโบสถของวัดสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2243 อายุกว่า 300 ปี ภายในพระอุโบสถมีจิตรกรรมฝาผนังสมัยรัชกาลที่ 3 นอกจากนี้ ยังมีหมู่เจดีย์ 3 องค์ และมณฑปประดิษฐานพระพุทธบาทจำลองอีกด้วย ปัจจุบันวัดอ่างศิลาเป็นที่รู้จักของนักสะสมพระปิดตา และหลวงปู่หิน ซึ่งเป็นที่สักการะและนับถือของชาวอ่างศิลา</p>
<p><span style="color: #660000;"><strong><img src="http://img.kapook.com/image/travel/ico-1728.gif" border="0" alt="" /> </strong></span><span style="color: #660000;"><strong>สะพานปลาอ่างศิลา<br />
</strong></span><br />
เดิมเรียกว่า &#8220;สะพานหิน&#8221; ซึ่งพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เสนาดีกรมท่าสร้างสะพานหินให้ยาวออกไปในทะเลจนพ้นเขตศิลาใต้น้ำ ปัจจุบันเป็นท่าเทียบเรือประมงขององค์การสะพานปลา มีสินค้าท้องถิ่นและอาหารทะเลจำหน่ายหลากชนิด</p>
<p><span style="color: #660000;"><strong><img src="http://img.kapook.com/image/travel/ico-1728.gif" border="0" alt="" /> </strong></span><span style="color: #660000;"><strong>ฟาร์มหอย<br />
</strong></span><br />
มีการเพาะเลี้ยงหอยนางรมและหอยแมลองภู่  ฟาร์มหอยนางรม เป็นหอยนางรมปากจีบ เลี้ยงแบบพวงอุบะแขวน โดยแขวนใต้นั่งร้านไม้ไผ่ ส่วนฟาร์มหอยแมลงภู่ เลี้ยงแบบปักหลักลงใต้น้ำทะเล</p>
<p><span style="color: #660000;"><strong><img src="http://img.kapook.com/image/travel/ico-1728.gif" border="0" alt="" /> </strong></span><span style="color: #660000;"><strong>จุดแวะชมค้างคาว   ป่าโกงกาง<br />
</strong></span><br />
เป็นป่าชายเลนตามแนวชายฝั่ง มีค้างคาวแม่ไก่   อาศัยอยู่ร่วมกับชุมชนบริเวณป่าโกงกางเป็นจำนวนมาก</p>
<p><span style="color: #660000;"><strong><img src="http://img.kapook.com/image/travel/ico-1728.gif" border="0" alt="" /> </strong></span><span style="color: #660000;"><strong>ศาลเจ้าหน่าจาไท้จื้อ<br />
</strong></span><br />
อยู่ระหว่างทางจากตลาดอ่างศิลา ไปเขาสามมุข สร้างขึ้นเมื่อเดือนมีนาคม พ.ศ. 2534 เดิมสร้างเป็นศาลเจ้าขนาดเล็ก บนเนื้อที่ 200 ตารางวา เมื่อวันที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2541  สมเด็จพระสังฆราชฯ เสด็จมาเป็นประธานพิธีเททองหล่อพระพุทธ 7 องค์ และประทานนามศาลเจ้าแห่งนี้ว่า &#8220;วิหารเทพสถิตพระกิติเฉลิม&#8221; โดยมีการขยายอาคารและเนื้อที่ รวม 25 ไร่</p>
<p><span style="color: #660000;"><strong><img src="http://img.kapook.com/image/travel/ico-1728.gif" border="0" alt="" /> ตลาดอ่างศิลา<br />
</strong></span><br />
เดิมตลาดอ่างศิลามีถนนเพียงสายเดียว สร้างในสมัยจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ เมื่อ พ.ศ. 2501 ต่อมาจึงมีการสร้างถนนสายลงทะเลขึ้นอีกสายหนึ่ง และเชื่อมต่อยาวไปจนถึงเขา สามมุข อาคารบ้านเรือนทั้งสองฝั่งถนนในตลาดเก่ามีจำนวนประมาณ 180 หลัง ด้วยลักษณะทางธรณีวิทยาในเขตอ่างศิลาประกอบด้วยหินแกรนิตซึ่งมีสีขาวนวลและ สีเหลืองอ่อน มีความแกร่งมาก ทำให้เกิดเป็นอาชีพการทำ &#8220;ครกหิน&#8221; ปัจจุบันเป็นสินค้าที่ระลึกที่ขึ้นชื่อที่สุดของอ่างศิลา</p>
<p><span style="font-weight: bold;">ใน ปี 2552 อ่างศิลามีอายุ 133 ปี ชาวอ่างศิลาได้ร่วมกันฟื้นฟูบรรยากาศตลาดเก่าให้คึกคัก โดยมีสินค้าอาหารมาจำหน่ายมากมายในทุกวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ระหว่างเวลา 10.00 – 19.00 น. สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ คณะกรรมการตลาดเก่า อ่างศิลา 133 ปี  โทร. 0 3839 8497, 08 0993 6743</span></p>
<div style="text-align: center;"><img src="http://hilight.kapook.com/img_cms/dookdik/ann-181.gif" border="0" alt="" /><a href="http://travel.kapook.com/" target="_blank"><strong>รักการท่องเที่ยว อ่านสถานที่ท่องเที่ยว มากมาย คลิกเลยค่ะ</strong></a></div>
<p>ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก<br />
<a href="http://thai.tourismthailand.org/marketplace/content-276.html" target="_blank"><img src="http://img.kapook.com/image/travel/TOT_2.jpg" border="0" alt="" /></a></p>
<p><span style="color: #0000ff;"> </span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://pattaya.kapook.com/00028/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ดำน้ำจังหวัดชลบุรี</title>
		<link>http://pattaya.kapook.com/00027/</link>
		<comments>http://pattaya.kapook.com/00027/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 07 Aug 2009 10:47:13 +0000</pubDate>
		<dc:creator>pimjun</dc:creator>
				<category><![CDATA[สถานที่ท่องเที่ยว]]></category>
		<category><![CDATA[ชลบุรี]]></category>
		<category><![CDATA[ดำน้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[พัทยา]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://pattaya.kapook.com/?p=205</guid>
		<description><![CDATA[

ดำน้ำจังหวัดชลบุรี (ททท.)

จังหวัด ชลบุรี อยู่ใกล้กรุงเทพฯ เพียง 81 กิโลเมตร จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการเที่ยวทะเลของครอบครัวคนกรุง และปฐมบทของนักดำน้ำลึกหลายๆคน ที่ต้องมาสอบภาคสนามที่นี่ ชลบุรีมีเกาะหาดทรายมากมายให้เลือก ไม่ว่าจะเป็นที่แสมสาร บางแสน หรือพัทยา และต่างเป็นจุดดำน้ำที่หลายคนอาจไม่เคยคิดมาก่อนว่ามีอะไรให้ค้นหาในใต้ทะเล สีครามแห่งนี้

 แสมสาร เป็น แหล่งที่นักตกปลาชื่นชอบขณะเดียวกันนักดำน้ำที่แสวงหาความตื่นเต้นก็ชอบที่ จะไต่ระดับความลึกลงไปหาซากเรือจมที่เป็นผลจากสงครามในยุคก่อน
 หินหลักเบ็ด หรือหินสันฉลาม จุดดำน้ำนี้ขึ้นชื่อเรื่องความหนาแน่นของปะการังแข็ง กัลปังหา และดอกไม้ทะเลเป็นดงกว้างที่ความลึก 20-45 ฟุต
 เกาะนก แนวปะการังของเกาะนกอยู่ที่ด้านใต้ บริเวณนี้มีกัลปังหาพัด กัลปังหาพุ่ม แส้ทะเล ปะการังเขากวาง ปะการังขนนก ฝูงปลานานาชนิดและกระเบนขนาดใหญ่
 เกาะจาน เป็นจุดดำน้ำที่มีทั้งปะการังแข็งและปะการังอ่อนหลากสี กัลปังหาพัด กัลปังหาพุ่ม แส้ทะเล นอกจากนี้สามารถพบหอยหลายชนิด รวมทั้งปลาดาวหลากสีสัน
 หินเรือดำน้ำ อยู่ทางตะวันออกของเกาะคราม ที่อยู่ในความดูแลของกองทัพเรือราว 800 เมตร  หินเรือดำน้ำวางตัวในแนวตะวันออก-ตะวันตก คล้ายกับหอสะพานเดินเรือของเรือดำน้ำ แนวตะวันออก ปะการังอยู่ที่ความลึก 15-60 ฟุต ทางตะวันตกเป็นแหล่งกัลปังหาพัด ฟองน้ำ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p align="center">
<img style="width: 400px; height: 266px;" src="http://img.kapook.com/image/travel/350_1.jpg" border="0" alt="ดำน้ำจังหวัดชลบุรี " width="400" height="266" /></p>
<p><strong>ดำน้ำจังหวัดชลบุรี (ททท.)<br />
</strong><br />
<span style="color: #0000ff;">จังหวัด ชลบุรี อยู่ใกล้กรุงเทพฯ เพียง 81 กิโลเมตร จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการเที่ยวทะเลของครอบครัวคนกรุง และปฐมบทของนักดำน้ำลึกหลายๆคน ที่ต้องมาสอบภาคสนามที่นี่ ชลบุรีมีเกาะหาดทรายมากมายให้เลือก ไม่ว่าจะเป็นที่แสมสาร บางแสน หรือพัทยา และต่างเป็นจุดดำน้ำที่หลายคนอาจไม่เคยคิดมาก่อนว่ามีอะไรให้ค้นหาในใต้ทะเล สีครามแห่งนี้<br />
</span><br />
<img src="http://img.kapook.com/image/icon/cs_icon/flower02.gif" border="0" alt="" width="15" height="15" /> <strong><span style="background-color: #ffff00;">แสมสาร </span></strong>เป็น แหล่งที่นักตกปลาชื่นชอบขณะเดียวกันนักดำน้ำที่แสวงหาความตื่นเต้นก็ชอบที่ จะไต่ระดับความลึกลงไปหาซากเรือจมที่เป็นผลจากสงครามในยุคก่อน</p>
<p><img src="http://img.kapook.com/image/icon/cs_icon/flower02.gif" border="0" alt="" width="15" height="15" /> <strong><span style="background-color: #ffff00;">หินหลักเบ็ด หรือหินสันฉลาม</span></strong> จุดดำน้ำนี้ขึ้นชื่อเรื่องความหนาแน่นของปะการังแข็ง กัลปังหา และดอกไม้ทะเลเป็นดงกว้างที่ความลึก 20-45 ฟุต</p>
<p><img src="http://img.kapook.com/image/icon/cs_icon/flower02.gif" border="0" alt="" width="15" height="15" /> <strong><span style="background-color: #ffff00;">เกาะนก</span></strong> แนวปะการังของเกาะนกอยู่ที่ด้านใต้ บริเวณนี้มีกัลปังหาพัด กัลปังหาพุ่ม แส้ทะเล ปะการังเขากวาง ปะการังขนนก ฝูงปลานานาชนิดและกระเบนขนาดใหญ่</p>
<p><img src="http://img.kapook.com/image/icon/cs_icon/flower02.gif" border="0" alt="" width="15" height="15" /> <strong><span style="background-color: #ffff00;">เกาะจาน</span></strong> เป็นจุดดำน้ำที่มีทั้งปะการังแข็งและปะการังอ่อนหลากสี กัลปังหาพัด กัลปังหาพุ่ม แส้ทะเล นอกจากนี้สามารถพบหอยหลายชนิด รวมทั้งปลาดาวหลากสีสัน</p>
<p><img src="http://img.kapook.com/image/icon/cs_icon/flower02.gif" border="0" alt="" width="15" height="15" /><span style="color: #000000;"><span style="background-color: #ffff00;"> <strong>หินเรือดำน้ำ</strong></span></span> อยู่ทางตะวันออกของเกาะคราม ที่อยู่ในความดูแลของกองทัพเรือราว 800 เมตร  หินเรือดำน้ำวางตัวในแนวตะวันออก-ตะวันตก คล้ายกับหอสะพานเดินเรือของเรือดำน้ำ แนวตะวันออก ปะการังอยู่ที่ความลึก 15-60 ฟุต ทางตะวันตกเป็นแหล่งกัลปังหาพัด ฟองน้ำ และปะการังแข็ง บางจุดมีกัลปังหารวมตัวกันหนาแน่น หากโชคดีนักดำน้ำอาจพบเต่าทะเลด้วย</p>
<p><img src="http://img.kapook.com/image/icon/cs_icon/flower02.gif" border="0" alt="" width="15" height="15" /> <span style="background-color: #ffff00;"><strong>เรือจมเพชรบุรีบรามัน (BREMEN)</strong></span> อยู่ห่างจากหินเรือดำน้ำไปทางใต้ราว 3.2 กิโลเมตร เรือจมลงตั้งแต่ปี พ.ศ.2473 เป็นเรือบรรทุกสินค้า มีความยาว 110 เมตร ตัวเรือจมอยู่ในความลึกระหว่าง 40-80 ฟุต บริเวณตะวันออกของปลายเกาะครามด้านใต้  ตัวเรือตั้งอยู่บนพื้นทราย มีร่องรอยความเสียหายค่อนข้างมากจากเหตุระเบิดจนจมลง ดาดฟ้าเรือจะมีปะการังหลายชนิด โดยเฉพาะแส้ทะเล และปะการังพุ่มบางชนิด นอกจากนั้นยังมีปลาอีกหลายชนิด อาทิ ปลาผีเสื้อชนิดต่าง ๆ ปลาหูช้าง ปลาไหลมอร์เรย์ ฝูงปลาสาก ปลากระเบนตัวใหญ่ ซากเรือจมปัจจุบันเป็นที่อาศัยของปะการัง กัลปังหา ฝูงปลานานาชนิด ช่วงเวลาที่จะดำน้ำทะเลบริเวณนี้ คือ เดือนพฤศจิกายนถึงเดือนพฤษภาคม</p>
<p><img src="http://img.kapook.com/image/icon/cs_icon/flower02.gif" border="0" alt="" width="15" height="15" /> <strong><span style="color: #000000; background-color: #ffff00;">เรือสุธาทิพย์</span></strong> จุดดำน้ำนี้อยู่ทางใต้ของเกาะแสมสาร นับเป็นจุดดำน้ำเรือจมที่ดีที่สุดของอ่าวไทย  เรือสุธาทิพย์หรือที่รู้จักกันในหมู่นักดำน้ำต่างประเทศว่า Hardeep เป็นเรือกลไฟเหล็กที่บริษัทเดินเรือไทย จำกัด สั่งต่อขึ้นมาเพื่อใช้บรรทุกสินค้า  ซากเรือจมอยู่ที่ความลึก 80-90 ฟุต ผู้ที่จะดำลงไปจึงควรมีประสบการณ์พอสมควร ภายในซากเรือนักดำน้ำจะพบเห็นปลาผีเสื้อ ปลาค้างคาว ปลาเก๋า ปลากระเบน ปลาสาก ปลากระพง แหวกว่ายอยู่เป็นจำนวนมาก</p>
<p><img src="http://img.kapook.com/image/icon/cs_icon/flower02.gif" border="0" alt="" width="15" height="15" /> <strong><span style="background-color: #ffff00;">พัทยา</span></strong> เป็น แหล่งดำน้ำลึกที่นักดำน้ำมือใหม่หลายคนต้องพิสูจน์ความกล้าในการสอบดำน้ำใน ทะเลจริง ข้อควรระวังคือจุดดำน้ำบริเวณพัทยาค่อนข้างตื้น มีความลึกราว 30-50 ฟุต แต่พื้นทะเลเวิ้งว้างจนอาจทำให้นักดำน้ำสับสนหลงทิศได้ นักดำน้ำควรใช้เข็มทิศและไม่ควรไปคนเดียว  ไส้กรอก เป็นอุปกรณ์เสริมที่จำเป็นเพราะทะเลบริเวณนี้มีเรือพลุกพล่าน</p>
<p><img src="http://img.kapook.com/image/icon/cs_icon/flower02.gif" border="0" alt="" width="15" height="15" /> <strong><span style="color: #000000; background-color: #ffff00;">เกาะล้าน เกาะสาก เกาะครก เกาะริ้น</span></strong> เป็นจุดที่นอกจากจะมีแนวปะการังแล้วยังมีสัตว์น้ำและปลานานาชนิดที่น่าตื่น ตาตื่นใจ คือบริเวณถัดออกไปจากแนวปะการัง ราวห้าสิบเมตรจากฝั่ง จะมีสัตว์น้ำหลายชนิดที่หาได้ยากในบริเวณอื่นของทะเลไทย อาทิ ดอกไม้ทะเลหนวดยาว กุ้งดอกไม้ทะเล รวมถึง ปลาผีเสื้อกลางคืน ที่เกาะริ้น มีปลาใหญ่ ฟองน้ำครก และแส้ทะเลจำนวนมาก  ส่วนที่เกาะล้านมีหอยเบี้ยให้ดู และอาจพบเต่าทะเลได้ด้วย</p>
<p>นอกจากนี้ที่เกาะสากบริเวณด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือ กองทัพเรือได้จม &#8220;เรือหลวงกูด&#8221; ซึ่งเคยเป็นเรือที่ใช้ในการลำเลียงกำลังทหารและยุทโธปกรณ์ ที่ความลึก 33 เมตร เพื่อให้เป็นอุทยานใต้ทะเล สำหรับเป็นจุดสนใจของนักดำน้ำอีกด้วย</p>
<p><img src="http://img.kapook.com/image/icon/cs_icon/flower02.gif" border="0" alt="" width="15" height="15" /><strong><span style="color: #ffff00;"> </span><span style="color: #000000; background-color: #ffff00;">หมู่เกาะไผ่</span></strong> ประกอบด้วย เกาะไผ่ เกาะมารวิชัย เกาะเหลือม เกาะกลึงบาดาล หมู่เกาะนี้อยู่ในอยู่ในความดูแลของกองทัพเรือ อยู่ห่างจากฝั่งพัทยา 23 กิโลเมตร เป็นแหล่งท่องเที่ยวดำน้ำตกปลาที่ดีแห่งหนึ่ง กองทัพเรือได้จัดทำโครงการอุทยานใต้ทะเลเฉลิมพระเกียรติฯ โดยนำเรือหลวงครามไปตั้งเป็นอุทยานใต้ทะเลบริเวณเกาะไผ่ เพื่อเป็นแหล่งท่องเที่ยวดำน้ำอีกแห่งหนึ่งด้วย</p>
<p><img src="http://img.kapook.com/image/icon/cs_icon/flower02.gif" border="0" alt="" width="15" height="15" /> <strong><span style="background-color: #ffff00;">พัทยามีร้านดำน้ำมากมายให้เลือก</span></strong> สำหรับผู้ที่จะดำน้ำบริเวณแสมสาร สามารถติดต่อร้านดำน้ำจากพัทยา หรือในระยองได้ สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการเช่าเรือไปเที่ยวตามเกาะต่าง ๆ สามารถเช่าเรือได้ที่บริเวณท่าเทียบเรือพัทยาใต้</p>
<p><strong><span style="color: #800080;">การเดินทาง</span></strong></p>
<p><strong>รถยนต์ </strong>จากกรุงเทพฯ นักท่องเที่ยวสามารถใช้ทางหลวงหมายเลข 34 (บางนา-ตราด) ทางหลวงหมายเลข 304 (กรุงเทพฯ-มีนบุรี) ทางหลวงหมายเลข 3 (ถนนสุขุมวิท) หรือทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 (มอเตอร์เวย์)</p>
<p><strong>รถโดยสารประจำทาง</strong> ออกจากสถานีขนส่งเอกมัยไปพัทยา มีบริการตั้งแต่เวลา 05.00 – 21.00 น. รถโดยสารจากสถานีขนส่งหมอชิต มีบริการเวลา 06.30 – 18.30 น.</p>
<div style="text-align: center;"><img src="http://img.kapook.com/image/icon/kapook-18497-5327.gif" border="0" alt="" /><a style="font-weight: bold;" href="http://travel.kapook.com/" target="_blank">แนะนำที่ท่องเที่ยว สถานที่ท่องเที่ยว ร้านอาหาร พร้อมคูปองส่วนลดโรงแรม เพียบ</a></div>
<p><span style="font-weight: bold; color: #800080;"><img src="http://img.kapook.com/image/icon/584-emoticon-6812.gif" border="0" alt="" /></span> <a href="http://travel.kapook.com/view1841.html" target="_blank"><span style="font-weight: bold; color: #800080;">คลิกอ่านความคิดเห็นของเพื่อนๆ ได้ที่นี่ค่ะ</span></a></p>
<p>ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก<br />
<a href="http://thai.tourismthailand.org/activities/content-13-1.html" target="_blank"><img src="http://img.kapook.com/image/Logo/tat.gif" border="0" alt="" width="63" height="62" /></a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://pattaya.kapook.com/00027/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ท่องวิมานใต้ทะเล ไปกับเรือดำน้ำภิรมย์</title>
		<link>http://pattaya.kapook.com/00026/</link>
		<comments>http://pattaya.kapook.com/00026/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 16 Jun 2009 18:15:12 +0000</pubDate>
		<dc:creator>pimjun</dc:creator>
				<category><![CDATA[สถานที่ท่องเที่ยว]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://pattaya.kapook.com/?p=199</guid>
		<description><![CDATA[
เรือดำน้ำภิรมย์ (วิมานใต้ทะเล) เป็นเรือดำน้ำเพื่อการท่องเที่ยวลำแรกของพัทยา ที่นำนักท่องเที่ยวดำสู่ใต้ทะเลเพื่อชมความงามของปะการังใต้ท้องทะเลบริเวณเกาะสาก ทั้งนี้ เรือดำน้ำภิรมย์ นำเข้ามาจากประเทศเบลเยี่ยม ขับเคลื่อนด้วยระบบไฮโดรอิเล็คทริค ซึ่งจะใช้พลังงานไฟฟ้าในการขับเคลื่อนเครื่องยนต์ จึงไม่สร้างมลพิษแก่สิ่งแวดล้อม ตัวเรือมีขนาดความยาว 20.61 ม. ความกว้าง 3 ม. และลึก 3.75 ม. บรรจุผู้โดยสารได้มากถึง 48 คน ดำน้ำได้ลึกถึง 100 ม. แต่ในประเทศไทยทะเลจะดำลึกประมาณ 30 ม. เท่านั้น ทั้งนี้เรือดำน้ำภิรมย์สามารถอยู่ในทะเลได้นานถึง 3 วัน หรือ 72 ชั่วโมง
สำหรับผู้ที่อยากลองท่องโลกใต้ทะเลมิติใหม่ จะต้องขึ้นเรือเฟอรี่ที่ท่าเรือพัทยาใต้(แหลมบาลีฮาย) ใช้เวลาเดินเรือประมาณ 30 นาที เพื่อไปยังจุดลงเรือดำน้ำที่อยู่ระหว่างเกาะล้านและเกาะสาก จากนั้นรอลงเรือดำน้ำซึ่งมีบริการเครื่องดื่ม และบริการถ่ายภาพที่ระลึกกับเรือดำน้ำ ก่อนที่เรือจะพาดำดิ่งลงสู่โลกใต้ท้องทะเลที่น่าตื่นตาอัศจรรย์ใจกับสัตว์ น้อยใหญ่ทั้งฝูงปลานานาชนิด และปะการัง 
นอกจากนี้ ภายในเรือยังมีการบรรยายและถ่ายภาพเก็บความประทับใจตามแต่อัธยาศัย ตลอดการเดินเรือประมาณ 30-45 นาที โดยภายในเรือจะปรับแรงดันอากาศและมีระบบสร้างอากาศจึงสะดวกต่อการหายใจเช่นเดียวกับเครื่องบิน และหลังจากท่องโลกใต้ทะเลแล้วนักท่องเที่ยวยังได้รูปพร้อมประกาศนียบัตรเป็นที่ระลึกกลับไปอีกด้วย
สำหรับเวลาให้บริการ จะเปิดวันละ 3 รอบ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><a href="http://pattaya.kapook.com/wp-content/uploads/2009/06/37_20080421165841.jpg"><img class="size-full wp-image-200 aligncenter" title="37_20080421165841" src="http://pattaya.kapook.com/wp-content/uploads/2009/06/37_20080421165841.jpg" alt="" width="350" height="404" /></a></p>
<p><span style="color: #800000;"><strong>เรือดำน้ำภิรมย์ (วิมานใต้ทะเล)</strong> เป็นเรือดำน้ำเพื่อการท่องเที่ยวลำแรกของพัทยา ที่นำนักท่องเที่ยวดำสู่ใต้ทะเลเพื่อชมความงามของปะการังใต้ท้องทะเลบริเวณเกาะสาก </span>ทั้งนี้ เรือดำน้ำภิรมย์ นำเข้ามาจากประเทศเบลเยี่ยม ขับเคลื่อนด้วยระบบไฮโดรอิเล็คทริค ซึ่งจะใช้พลังงานไฟฟ้าในการขับเคลื่อนเครื่องยนต์ จึงไม่สร้างมลพิษแก่สิ่งแวดล้อม ตัวเรือมีขนาดความยาว 20.61 ม. ความกว้าง 3 ม. และลึก 3.75 ม. บรรจุผู้โดยสารได้มากถึง 48 คน ดำน้ำได้ลึกถึง 100 ม. แต่ในประเทศไทยทะเลจะดำลึกประมาณ 30 ม. เท่านั้น ทั้งนี้เรือดำน้ำภิรมย์สามารถอยู่ในทะเลได้นานถึง 3 วัน หรือ 72 ชั่วโมง</p>
<p><span style="color: #000080;">สำหรับผู้ที่อยากลองท่องโลกใต้ทะเลมิติใหม่ จะต้องขึ้นเรือเฟอรี่ที่ท่าเรือพัทยาใต้(แหลมบาลีฮาย) ใช้เวลาเดินเรือประมาณ 30 นาที เพื่อไปยังจุดลงเรือดำน้ำที่อยู่ระหว่างเกาะล้านและเกาะสาก จากนั้นรอลงเรือดำน้ำซึ่งมีบริการเครื่องดื่ม และบริการถ่ายภาพที่ระลึกกับเรือดำน้ำ ก่อนที่เรือจะพาดำดิ่งลงสู่โลกใต้ท้องทะเลที่น่าตื่นตาอัศจรรย์ใจกับสัตว์ น้อยใหญ่ทั้งฝูงปลานานาชนิด และปะการัง </span></p>
<p>นอกจากนี้ ภายในเรือยังมีการบรรยายและถ่ายภาพเก็บความประทับใจตามแต่อัธยาศัย ตลอดการเดินเรือประมาณ 30-45 นาที โดยภายในเรือจะปรับแรงดันอากาศและมีระบบสร้างอากาศจึงสะดวกต่อการหายใจเช่นเดียวกับเครื่องบิน และหลังจากท่องโลกใต้ทะเลแล้วนักท่องเที่ยวยังได้รูปพร้อมประกาศนียบัตรเป็นที่ระลึกกลับไปอีกด้วย</p>
<p><strong>สำ</strong><strong>หรับเวลาให้บริการ จะเปิดวันละ 3 รอบ คือเวลา 10.30 น. 11.30 น. และ 13.30 น. </strong>ทั้งนี้ ควรสำรองตั๋วล่วงหน้าอย่างน้อย 3 วัน วันเสาร์-อาทิตย์ และวันนักขัตฤกษ์เปิดรอบเพิ่มทุกชั่วโมง   แต่ละรอบใช้เวลาประมาณ 40 นาที ตั้งแต่เดินทางจากฝั่งไปยังฐานใกล้เกาะสากและลงเรือดำน้ำจนกลับมายังฝั่ง</p>
<p><span style="text-decoration: underline;"><span style="color: #800080;"><strong>ค่าบริการ </strong></span></span></p>
<p><a href="http://pattaya.kapook.com/wp-content/uploads/2009/06/sun.gif"><img class="alignnone size-medium wp-image-201" title="sun" src="http://pattaya.kapook.com/wp-content/uploads/2009/06/sun.gif" alt="" width="18" height="18" /></a>คนไทย ผู้ใหญ่ 990 บาท เด็ก(3-12ปี) 740 บาท</p>
<p><a href="http://pattaya.kapook.com/wp-content/uploads/2009/06/sun.gif"><img class="alignnone size-medium wp-image-201" title="sun" src="http://pattaya.kapook.com/wp-content/uploads/2009/06/sun.gif" alt="" width="18" height="18" /></a>คนต่างชาติ ผู้ใหญ่ 2,000 บาท เด็ก 1,500 บาท</p>
<p>สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ บริษัท วิมานใต้ทะเล จำกัด โทร. 0 3841 5234 หรือคลิกไปที่    www.thaisubmarine.com</p>
<p>ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก</p>
<p><a href="http://thai.tourismthailand.org/attraction/chonburi-20-955-1.html" target="_blank"><img src="http://hilight.kapook.com/img_cms/logo/tat.gif" border="0" alt="" width="63" height="62" /></a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://pattaya.kapook.com/00026/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สวนป่าพนารักษ์</title>
		<link>http://pattaya.kapook.com/00025/</link>
		<comments>http://pattaya.kapook.com/00025/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 05 Jun 2009 16:18:10 +0000</pubDate>
		<dc:creator>pimjun</dc:creator>
				<category><![CDATA[สถานที่ท่องเที่ยว]]></category>
		<category><![CDATA[สวนป่าพนารักษ์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://pattaya.kapook.com/?p=194</guid>
		<description><![CDATA[ 
   var arrTemp=self.location.href.split("?"); 
   var picUrl = (arrTemp.length&#62;0)?arrTemp[1]:""; 
   var NS = (navigator.appName=="Netscape")?true:false; 
     function FitPic() { 
       iWidth = (NS)?window.innerWidth:document.body.clientWidth; 
       iHeight = (NS)?window.innerHeight:document.body.clientHeight; 
       [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><script> 
   var arrTemp=self.location.href.split("?"); 
   var picUrl = (arrTemp.length&gt;0)?arrTemp[1]:""; 
   var NS = (navigator.appName=="Netscape")?true:false; </p>
<p>     function FitPic() { 
       iWidth = (NS)?window.innerWidth:document.body.clientWidth; 
       iHeight = (NS)?window.innerHeight:document.body.clientHeight; 
       iWidth = document.images[0].width - iWidth; 
       iHeight = document.images[0].height - iHeight; 
       window.resizeBy(iWidth, iHeight); 
       self.focus(); 
     }; </script><a href="http://pattaya.kapook.com/wp-content/uploads/2009/06/place116-l_1.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-195" title="place116-l_1" src="http://pattaya.kapook.com/wp-content/uploads/2009/06/place116-l_1.jpg" alt="" width="250" height="180" /></a></p>
<p><strong>สวนป่าพนารักษ์ </strong>เป็นสถานที่พักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติร่มรื่น เหมาะสำหรับการพักผ่อนหย่อนใจ และทัศนศึกษา เพราะมีพันธุ์ไม้ใหญ่น้อยกว่า 1,000 ชนิด ที่ผสมผสานกับลำธารและหนองน้ำใหญ่ที่ขุดไว้ถึง 5 สระ ซึ่งเต็มไปด้วยน้ำใสตลอดทั้งปี มีถนนวกวนลัดเลาะแนวป่าให้ท่านเดินชมทัศนียภาพที่สวยงามได้รอบสวน</p>
<p><span style="color: #000080;">ทั้งนี้ หากนักท่องเที่ยวต้องการออกกำลังกายไปพร้อมกัน ทางสวนก็มีจักรยาน เรือถีบ เรือพาย ไว้คอยบริการ และถ้าท่านชอบกีฬาว่ายน้ำ ทางสวนก็มีสระว่ายน้ำที่ทันสมัยแบบระบบนวดตัวด้วยกระแสน้ำวน นอกจากนี้ท่านยังได้พักผ่อนอย่างเพลิดเพลินกับกีฬาตกปลาน้ำจืด ในบ่อตกปลาขนาดใหญ่ที่ชุกชุมไปด้วย ปลาใหญ่น้อยมากมาย </span></p>
<p><a href="http://pattaya.kapook.com/wp-content/uploads/2009/06/ann1052.gif"><img class="alignnone size-medium wp-image-196" title="ann1052" src="http://pattaya.kapook.com/wp-content/uploads/2009/06/ann1052.gif" alt="" width="18" height="18" /></a> <span style="color: #800000;"><strong>อัตราค่าบริการ</strong></span></p>
<p>คนไทย ผู้ใหญ่ 10 บาท เด็ก 5 บาท<br />
ชาวต่างประเทศ 30 บาท</p>
<p><a href="http://pattaya.kapook.com/wp-content/uploads/2009/06/ann1052.gif"><img class="alignnone size-medium wp-image-196" title="ann1052" src="http://pattaya.kapook.com/wp-content/uploads/2009/06/ann1052.gif" alt="" width="18" height="18" /></a> <span style="color: #800000;"><strong>การเดินทาง</strong></span></p>
<p>สวนป่าพนารักษ์ ตั้งอยู่บนถนนพรประภานิมิตร โดยแยกซ้ายจากถนนสุขุมวิท ตรงหลักกิโลเมตรที่ 145 เข้าไปประมาณ 5 กิโลเมตร</p>
<p>ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก</p>
<p><a href="http://www.gochonburi.com/detail_explore.asp?order=&amp;table=position&amp;place_id=116&amp;frompage=8&amp;cat_id=8" target="_blank">เว็บไซต์ส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดชลบุรี</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://pattaya.kapook.com/00025/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เขาพระตำหนัก หรือเขาพระบาท</title>
		<link>http://pattaya.kapook.com/00024/</link>
		<comments>http://pattaya.kapook.com/00024/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 30 May 2009 17:47:45 +0000</pubDate>
		<dc:creator>pimjun</dc:creator>
				<category><![CDATA[สถานที่ท่องเที่ยว]]></category>
		<category><![CDATA[เขาพระตำหนัก]]></category>
		<category><![CDATA[เขาพระบาท]]></category>
		<category><![CDATA[เขาพัทยา]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://pattaya.kapook.com/?p=187</guid>
		<description><![CDATA[
เขาพระบาท หรือเขาพระตำหนัก (บ้างเรียกเขาพัทยา) อยู่ระหว่างพัทยาใต้กับหาดจอมเทียน มีลักษณะเป็นภูเขาเตี้ยๆ มีทางลาดยางขึ้นไปตลอดจนถึงยอดเขา มีจุดชมวิวที่สวยที่สุดของเมืองพัทยาสามารถมองเห็นหาดรูปโค้งคล้ายวงพระจันทร์ของหาดและความเจริญของอาคารบ้านเรือนโดยรอบได้อย่างชัดเจน จึงไม่น่าแปลกใจที่มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากแวะขึ้นมาอย่าไม่ขาดสาย พัทยา โดยเฉพาะเวลากลางคืน แสงไฟของเทืองจะสว่างไสวสวยงามน่าชม 
ปัจจุบันเขาพระบาทได้รับการพัฒนา ให้เป็นสถานที่ตั้งของสถานีวิทยุ ส.ทร. 5 ของทหารเรือและ มีบริเวณเชิงเขามีสวนสาธารณะสำหรับพักผ่อนออกกำลังกาย ชื่อว่า &#8220;สวนเฉลิมพระเกียรติ&#8221; เป็นสวนสาธารณะขนาดเล็ก เนื้อที่ประมาณ 15 ไร่ ประดับด้วยไม้ดอกนานาชนิด และที่ตั้งของสำนักงาน การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
นอกจากนี้ บนยอดเขามีพระพุทธสุโขทัยชลทานซึ่งเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ปางมารวิชัย และพระรูปจำลองพลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมหลวงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ ประดิษฐานอยู่ 
ทั้งนี้ นักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมเขาพระตำหนักได้เวลา 07.00 -22.00 น. โดยไม่เสียค่าเข้าชม 
ขอขอบคุณข้อมูลจาก
thaigoodview.com
pattayadailynews.com
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก
เว็บไซต์ส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดชลบุรี
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter" src="http://www.gochonburi.com/admin/place_img/place110-l_2.jpg" alt="http://www.gochonburi.com/admin/place_img/place110-l_2.jpg" width="404" height="304" /></p>
<p><span style="color: #800000;"><strong>เขาพระบาท </strong>หรือเขาพระตำหนัก (บ้างเรียกเขาพัทยา) อยู่ระหว่างพัทยาใต้กับหาดจอมเทียน มีลักษณะเป็นภูเขาเตี้ยๆ มีทางลาดยางขึ้นไปตลอดจนถึงยอดเขา มีจุดชมวิวที่สวยที่สุดของเมืองพัทยาสามารถมองเห็นหาดรูปโค้งคล้ายวงพระจันทร์ของหาดและความเจริญของอาคารบ้านเรือนโดยรอบได้อย่างชัดเจน จึงไม่น่าแปลกใจที่มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากแวะขึ้นมาอย่าไม่ขาดสาย พัทยา โดยเฉพาะเวลากลางคืน แสงไฟของเทืองจะสว่างไสวสวยงามน่าชม </span></p>
<p>ปัจจุบันเขาพระบาทได้รับการพัฒนา ให้เป็นสถานที่ตั้งของสถานีวิทยุ ส.ทร. 5 ของทหารเรือและ มีบริเวณเชิงเขามีสวนสาธารณะสำหรับพักผ่อนออกกำลังกาย ชื่อว่า <strong>&#8220;สวนเฉลิมพระเกียรติ&#8221;</strong> เป็นสวนสาธารณะขนาดเล็ก เนื้อที่ประมาณ 15 ไร่ ประดับด้วยไม้ดอกนานาชนิด และที่ตั้งของสำนักงาน การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย</p>
<p><span style="color: #008000;">นอกจากนี้ บนยอดเขามีพระพุทธสุโขทัยชลทานซึ่งเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ปางมารวิชัย และพระรูปจำลองพลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมหลวงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ ประดิษฐานอยู่ </span></p>
<p><span style="color: #000000;"><strong>ทั้งนี้ นักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมเขาพระตำหนักได้เวลา 07.00 -22.00 น. โดยไม่เสียค่าเข้าชม </strong></span></p>
<p>ขอขอบคุณข้อมูลจาก<br />
<a href="http://www.thaigoodview.com/library/studentshow/2549/m3-1/no18-19-21-22-31/page16.html" target="_blank">thaigoodview.com</a><br />
<a href="http://www.pattayadailynews.com/travel/thai/travel.php?p=list&amp;TravelID=0000000060&amp;location=%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B9%83%E0%B8%95%E0%B9%89" target="_blank">pattayadailynews.com</a><br />
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก<br />
<a href="http://www.gochonburi.com/detail_explore.asp?order=&amp;table=position&amp;place_id=110&amp;frompage=1&amp;cat_id=8" target="_blank">เว็บไซต์ส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดชลบุรี</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://pattaya.kapook.com/00024/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ปราสาทสัจธรรม ปราสาทไม้ใหญ่ที่สุดในโลก</title>
		<link>http://pattaya.kapook.com/00023/</link>
		<comments>http://pattaya.kapook.com/00023/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 22 May 2009 10:25:01 +0000</pubDate>
		<dc:creator>pimjun</dc:creator>
				<category><![CDATA[สถานที่ท่องเที่ยว]]></category>
		<category><![CDATA[ปราสาทสัจจธรรม]]></category>
		<category><![CDATA[ปราสาทสัจธรรม]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://pattaya.kapook.com/?p=180</guid>
		<description><![CDATA[


ปราสาทสัจธรรม (The Sanctuary of Truth) เป็นสถาปัตยกรรมไม้ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ตั้งอยู่บริเวณแหลมราชเวช ตำบลนาเกลือ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี ชาวบ้านเรียกชื่อปราสาทแห่งนี้โดยทั่วไปว่า &#8220;วังโบราณ&#8221; หรือ &#8220;ปราสาทไม้&#8221; เป็นปราสาทไม้ริมทะเลที่อลังการตระการตา งดงามด้วยประติมากรรมและลวดลายแกะสลักที่สะท้อนให้เห็นถึงโลกทัศน์ ภูมิปัญญา คุณธรรมและปรัชญาของคนในโลกตะวันออก และศิลปวัฒนธรรมอันเป็นมรดกของมนุษย์ ที่สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของศาสนาในฐานะเป็นเครื่องค้ำจุนโลก โดยเน้นหลักสำคัญคือ ก่อกำเนิดทั้ง 7 คือ ฟ้า ดิน พ่อ แม่ พระอาทิตย์ พระจันทร์ และดวงดาว และคุณธรรมข้อประพฤติปฏิบัติทั้ง 4 คือ
 เทวดาถือดอกบัว หมายถึง ตั้งหลักให้กับโลก &#8211; ศาสนา
 เทวดาอุ้มเด็กจูงคนชรา หมายถึง ให้ชีวิตแก่มนุษย์ &#8211; การสืบต่อ
 เทวดาถือหนังสือ หมายถึง ต่อเนื่องปรัชญาอมตะ &#8211; ปัญญา
 เทวดามีนกพิลาปเกาะมือ หมายถึง เพื่อความสงบสุขของโลก &#8211; สันติภาพ
คุณเล็ก วิริยะพันธ์ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter" src="http://www.pattayadailynews.com/images_feature/007_th/0000000103/p2.jpg" border="0" alt="" hspace="4" width="436" height="291" /><br />
<img src="http://www.pattayadailynews.com/images_feature/007_th/0000000103/p1.jpg" border="0" alt="" hspace="4" width="434" height="222" /></p>
<p><span style="color: #800000;"><strong><br />
ปราสาทสัจธรรม (The Sanctuary of Truth)</strong> เป็นสถาปัตยกรรมไม้ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ตั้งอยู่บริเวณแหลมราชเวช ตำบลนาเกลือ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี ชาวบ้านเรียกชื่อปราสาทแห่งนี้โดยทั่วไปว่า &#8220;วังโบราณ&#8221; หรือ &#8220;ปราสาทไม้&#8221; เป็นปราสาทไม้ริมทะเลที่อลังการตระการตา งดงามด้วยประติมากรรมและลวดลายแกะสลักที่สะท้อนให้เห็นถึงโลกทัศน์ ภูมิปัญญา คุณธรรมและปรัชญาของคนในโลกตะวันออก และศิลปวัฒนธรรมอันเป็นมรดกของมนุษย์ ที่สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของศาสนาในฐานะเป็นเครื่องค้ำจุนโลก </span><strong>โดยเน้นหลักสำคัญคือ ก่อกำเนิดทั้ง 7 คือ ฟ้า ดิน พ่อ แม่ พระอาทิตย์ พระจันทร์ และดวงดาว และคุณธรรมข้อประพฤติปฏิบัติทั้ง 4 คือ</strong></p>
<p><a href="http://pattaya.kapook.com/wp-content/uploads/2009/05/ann-1541.gif"><img class="alignnone size-medium wp-image-181" title="ann-1541" src="http://pattaya.kapook.com/wp-content/uploads/2009/05/ann-1541.gif" alt="" width="13" height="13" /></a> เทวดาถือดอกบัว หมายถึง ตั้งหลักให้กับโลก &#8211; ศาสนา<br />
<a href="http://pattaya.kapook.com/wp-content/uploads/2009/05/ann-1541.gif"><img class="alignnone size-medium wp-image-181" title="ann-1541" src="http://pattaya.kapook.com/wp-content/uploads/2009/05/ann-1541.gif" alt="" width="13" height="13" /></a> เทวดาอุ้มเด็กจูงคนชรา หมายถึง ให้ชีวิตแก่มนุษย์ &#8211; การสืบต่อ<br />
<a href="http://pattaya.kapook.com/wp-content/uploads/2009/05/ann-1541.gif"><img class="alignnone size-medium wp-image-181" title="ann-1541" src="http://pattaya.kapook.com/wp-content/uploads/2009/05/ann-1541.gif" alt="" width="13" height="13" /></a> เทวดาถือหนังสือ หมายถึง ต่อเนื่องปรัชญาอมตะ &#8211; ปัญญา<br />
<a href="http://pattaya.kapook.com/wp-content/uploads/2009/05/ann-1541.gif"><img class="alignnone size-medium wp-image-181" title="ann-1541" src="http://pattaya.kapook.com/wp-content/uploads/2009/05/ann-1541.gif" alt="" width="13" height="13" /></a> เทวดามีนกพิลาปเกาะมือ หมายถึง เพื่อความสงบสุขของโลก &#8211; สันติภาพ</p>
<p><span style="color: #008080;">คุณเล็ก วิริยะพันธ์ ผู้ก่อตั้งเมืองโบราณ จังหวัดสมุทรปราการ ได้เริ่มออกแบบ และก่อสร้างปราสาทสัจธรรมด้วยไม้ทั้งหลัง ในปี พ.ศ.2524 โดยใช้ระบบเข้าเดือยไม้แบบไทย หรือใส่สลักไม้ นับเป็นงานสถาปัตยกรรมและศิลปกรรมแห่งศตวรรษ ซึ่งได้รับรางวัลประเภทรายการแหล่งท่องเที่ยวดีเด่น จากรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ประจำปี พ.ศ. 2551</span></p>
<p>นอกจากสถาปัตยกรรมชั้นยอด ยังมีกิจกรรมกลางแจ้งอื่นๆ ที่น่าสนใจไว้คอยบริการนักท่องเที่ยวอีก ไม่ว่าจะเป็น ขี่ม้า นั่งรถม้า ขี่ช้างชมปราสาทสัจธรรม ขับเรือเร็ว นั่งเรือเร็วชมปราสาททางทะเล ขับรถเอทีวี กระโดดหอ ทอสอบกำลังใจและกิจกรมกลางแจ้งอื่น ๆ อีกมากมาย</p>
<p><span style="color: #000000;">ทั้งนี้ เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 8.00น.-17.00น. รอบสาธิตการฝึกโลมา แสดงทุกวัน เวลา 11.30 น. และ 15.30 น ค่าเข้าชมท่านละ 500 บาท</p>
<p><strong>ติดต่อสอบรายละเอียดล่วงหน้าได้ที่ โทร. 038-367-229,038-367-915 หรือเว็บไซต์</strong> www.sanctuaryoftruth.com </span></p>
<p>ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก<br />
<a href=" http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%88%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1" target="_blank"><img class="alignnone size-medium wp-image-102" title="wikipedia-thai" src="../wp-content/uploads/2009/02/wikipedia-thai.jpg" alt="" width="120" height="48" /></a>, <a href="http://www.pattayadailynews.com/thai/shownews.php?IDNEWS=0000003970" target="_blank">pattayadailynews.com</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://pattaya.kapook.com/00023/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>หมู่บ้านช้าง พัทยา</title>
		<link>http://pattaya.kapook.com/00022/</link>
		<comments>http://pattaya.kapook.com/00022/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 15 May 2009 10:59:22 +0000</pubDate>
		<dc:creator>pimjun</dc:creator>
				<category><![CDATA[สถานที่ท่องเที่ยว]]></category>
		<category><![CDATA[หมู่บ้านช้าง]]></category>
		<category><![CDATA[หมู่บ้านช้างพัทยา]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://pattaya.kapook.com/?p=173</guid>
		<description><![CDATA[

ใครที่รักช้าง ชอบช้างฟังทางนี้&#8230; หากคุณมีโอกาสมาเยือนเมืองพัทยา ต้องไม่พลาดแวะหมู่บ้านช้าง เพราะที่นี่เป็นแหล่งท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งที่นิยมของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ ทุกวันจะมีการแสดงของช้างและการแสดงการจับช้างป่า
ทั้งนี้ หมู่บ้านช้าง เป็นสถานที่ฝึกฝนช้างบ้านเพื่อกิจกรรมการท่องเที่ยว ฝึกให้รู้จักแสดงต่างๆ การพานักท่องเที่ยวนั่งช้างท่องเที่ยวรอบนอกของเมืองพัทยา ช้างที่เข้าร่วมกิจกรรมเหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นช้างที่เคยทำงานในป่ามาก่อน ปัจจุบันนี้งานในป่าลดน้อยลงเลยเปลี่ยนมาฝึกหัดให้บริการนักท่องเที่ยว มีรายได้จากนักท่องเที่ยวเป็นค่าใช้จ่ายในการดูแลช้างให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น
นอกจากนี้ คุณยังจะได้้ความรู้เกี่ยวกับชีวิตของช้าง และวิถีชิวตที่ผูกพันระหว่างคนกับช้าง เช่น การให้อาหาร ช้างสอนคน คนฝึกช้างให้ทำงาน การนั่งช้างชมทัศนียภาพภูเขา และทะเลสาบเดินป่า ล่อแพ นั่งเกวียน ฯลฯ
 การแสดงโชว์
1. ท่องเที่ยวแบบครบวงจร (เดินทางไปกับช้าง, เดินทางท่องเที่ยวในป่า, ล่องแพ, นั่งเกวียน, อาหารเช้า หรืออาหารเย็น เวลา 10.30 น. – 16.00 น.
2. โชว์ช้าง ใช้เวลา 90 นาที เวลา 14.30 น. – 16.00 น.
3. นั่งช้างท่องเที่ยว ใช้เวลา 60 นาที สามารถนั่งชมได้ตลอดเวลาทำการ
 
 อัตราค่าเข้าชม
- [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img src="http://www.elephant-village-pattaya.com/images/Elephant.jpg" border="0" alt="" width="402" height="304" /></p>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter" src="http://www.elephant-village-pattaya.com/images/EV-2008-%2812%29.jpg" border="0" alt="" width="402" height="304" /></p>
<p><span style="color: #000080;"><strong>ใครที่รักช้าง ชอบช้างฟังทางนี้&#8230; หากคุณมีโอกาสมาเยือนเมืองพัทยา ต้องไม่พลาดแวะหมู่บ้านช้าง</strong> เพราะที่นี่เป็นแหล่งท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งที่นิยมของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ ทุกวันจะมีการแสดงของช้างและการแสดงการจับช้างป่า</span></p>
<p>ทั้งนี้ หมู่บ้านช้าง เป็นสถานที่ฝึกฝนช้างบ้านเพื่อกิจกรรมการท่องเที่ยว ฝึกให้รู้จักแสดงต่างๆ การพานักท่องเที่ยวนั่งช้างท่องเที่ยวรอบนอกของเมืองพัทยา ช้างที่เข้าร่วมกิจกรรมเหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นช้างที่เคยทำงานในป่ามาก่อน ปัจจุบันนี้งานในป่าลดน้อยลงเลยเปลี่ยนมาฝึกหัดให้บริการนักท่องเที่ยว มีรายได้จากนักท่องเที่ยวเป็นค่าใช้จ่ายในการดูแลช้างให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น</p>
<p>นอกจากนี้ คุณยังจะได้้ความรู้เกี่ยวกับชีวิตของช้าง และวิถีชิวตที่ผูกพันระหว่างคนกับช้าง เช่น การให้อาหาร ช้างสอนคน คนฝึกช้างให้ทำงาน การนั่งช้างชมทัศนียภาพภูเขา และทะเลสาบเดินป่า ล่อแพ นั่งเกวียน ฯลฯ</p>
<p><a href="http://pattaya.kapook.com/wp-content/uploads/2009/05/flower2.gif"><img class="alignnone size-medium wp-image-178" title="flower2" src="http://pattaya.kapook.com/wp-content/uploads/2009/05/flower2.gif" alt="" width="15" height="15" /></a> <span style="color: #800080;"><strong>การแสดงโชว์</strong></span></p>
<p>1. ท่องเที่ยวแบบครบวงจร (เดินทางไปกับช้าง, เดินทางท่องเที่ยวในป่า, ล่องแพ, นั่งเกวียน, อาหารเช้า หรืออาหารเย็น เวลา 10.30 น. – 16.00 น.<br />
2. โชว์ช้าง ใช้เวลา 90 นาที เวลา 14.30 น. – 16.00 น.<br />
3. นั่งช้างท่องเที่ยว ใช้เวลา 60 นาที สามารถนั่งชมได้ตลอดเวลาทำการ</p>
<p><img style="width: 300px; height: 225px;" src="http://www.pattayadailynews.com/images_feature/007_th/0000000125/p3.jpg" border="0" alt="" hspace="4" width="80" height="80" /> <img style="width: 300px; height: 225px;" src="http://www.pattayadailynews.com/images_feature/007_th/0000000125/p8.jpg" border="0" alt="" hspace="4" width="80" height="80" /></p>
<p><a href="http://pattaya.kapook.com/wp-content/uploads/2009/05/flower2.gif"><img class="alignnone size-medium wp-image-178" title="flower2" src="http://pattaya.kapook.com/wp-content/uploads/2009/05/flower2.gif" alt="" width="15" height="15" /></a> <span style="color: #800080;"><strong>อัตราค่าเข้าชม</strong></span></p>
<p>- การแสดงช้าง มีวันละ 1 รอบ เวลา 14.30 น. ค่าเข้าชมท่านละ 250 บาท</p>
<p>- บริการขี่ช้างชมป่าวันละ 4 รอบ คือ เวลา 08.30 น. 10.00 น. 12.00 น. และ 16.00 น. คิดราคา ท่านละ 600 บาท</p>
<p><a href="http://pattaya.kapook.com/wp-content/uploads/2009/05/flower2.gif"><img class="alignnone size-medium wp-image-178" title="flower2" src="http://pattaya.kapook.com/wp-content/uploads/2009/05/flower2.gif" alt="" width="15" height="15" /></a> <span style="color: #800080;"><strong>การเดินทาง</strong></span></p>
<p>จากถนนสุขุมวิทเข้าถนนพรประภานิมิตรมา (เส้นทางเดียวกับสวนป่าพนารักษ์ และสยาม คันทรีคลับ) ประมาณ 5 กิโลเมตร และเลี้ยวขวาเข้าเส้นทางไปมาบยายเลีย 2 กิโลเมตร ตั้งอยู่ที่ 48/120 หมู่ 7 ตำบลหนองปรือ ถนนพรประภานิมิตร</p>
<p><a href="http://pattaya.kapook.com/wp-content/uploads/2009/05/flower2.gif"><img class="alignnone size-medium wp-image-178" title="flower2" src="http://pattaya.kapook.com/wp-content/uploads/2009/05/flower2.gif" alt="" width="15" height="15" /></a> <span style="color: #800080;"><strong>หมายเลขโทรศัพท์ที่สำคัญ</strong></span></p>
<p>โทรศัพท์ : 0-3842-8648<br />
เว็ปไซต์ : www.elephant-village-pattaya.com</p>
<p>ขอขอบคณข้อมูลและภาพประกอบจาก<br />
- <a href="http://www.pattayadailynews.com/thai/showfeature.php?FeatureID=0000000125" target="_blank">pattayadailynews.com</a><br />
- <a href="http://www.elephant-village-pattaya.com/" target="_blank">elephant-village-pattaya.com</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://pattaya.kapook.com/00022/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>บ้านสุขาวดี&#8230;วิมานบนดิน</title>
		<link>http://pattaya.kapook.com/00021/</link>
		<comments>http://pattaya.kapook.com/00021/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 10 May 2009 13:22:21 +0000</pubDate>
		<dc:creator>pimjun</dc:creator>
				<category><![CDATA[สถานที่ท่องเที่ยว]]></category>
		<category><![CDATA[บ้านสุขาวดี]]></category>
		<category><![CDATA[บ้านสุขาวดี พัทยา]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://pattaya.kapook.com/?p=160</guid>
		<description><![CDATA[






บ้านสุขาวดี เป็นคฤหาสน์ริมทะเลพัทยา  ตั้งอยู่บริเวณชายทะเล อำเภอบางละมุง บนเนื้อที่กว่า 80 ไร่  ตัวบ้านเป็นสถาปัตถกรรมประยุกต์แบบโรมันที่ใช้โทนสีชมพูและฟ้าเป็นหลัก ภายในมีการตกแต่งที่หรูหรา ด้วยเฟอร์นิเจอร์ที่โดดเด่นสไตล์ยุโรป เปิดให้นักท่องเที่ยว และผู้ที่สนใจเข้าชม บ้านสุขาวดีเป็นบ้านของคนไทย โดยเจ้าของคือ ดร.ปัญญา โชติเทวัญ  เจ้าของธุรกิจสหฟาร์ม  
 ประวัติของบ้านสุขาวดี
บ้านสุขาวดี เริ่มก่อสร้างขึ้นในปี 2543 บนเนื้อที่ 12 ไร่  ติดถนนสุขุมวิท หลักกิโลเมตรที่ 129 ห่างจากที่ว่าการอำเภอบางละมุง ประมาณ 1 กิโลเมตร  มีชายหาดยาว 400 เมตร ปัจจุบันมีเนื้อที่กว่า 80 ไร่
&#8220;บ้านสุขาวดีเปิดกว้างขึ้นด้วยเจตนารมณ์ที่ต้องการให้ผู้มีโอกาสได้มาสัมผัสเป็นเจ้าของร่วมกันและได้ค้นพบถึงสัจธรรมในการดำเนินชีวิต พร้อมทั้งสิ่งศักดิ์สิทธิ์มากมายที่ควรสักการะ อาทิเช่น พระพุทธเจ้าปางประสูติ , พระแม่กวนอิม , พระเจ้าตากสินมหาราช , รัชกาลที่ 5 , กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ หรือพระบิดาแห่งราชนาวีไทย เป็นต้น  ทุกสิ่งทุกอย่างในสถานที่แห่งนี้ถูกกำหนดขึ้นอย่างมีดีไซน์ ประกอบด้วยศาสตร์ และศิลป์อย่างลงตัว  สมดุล และมีเหตุมีผล ด้วยบรรยากาศเงียบสงบ แวดล้อมด้วยพันธุ์ไม้ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="TEXT-ALIGN: center"><a href="http://pattaya.kapook.com/wp-content/uploads/2009/05/p14.jpg"></a><img class="size-medium wp-image-161 aligncenter" title="p12" src="http://pattaya.kapook.com/wp-content/uploads/2009/05/p12.jpg" alt="" width="300" height="225" /><br />
<a href="http://pattaya.kapook.com/wp-content/uploads/2009/05/p14.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-162" title="p14" src="http://pattaya.kapook.com/wp-content/uploads/2009/05/p14.jpg" alt="" width="300" height="225" /></a></p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://pattaya.kapook.com/wp-content/uploads/2009/05/p11.jpg"><img class="size-medium wp-image-168 aligncenter" title="p11" src="http://pattaya.kapook.com/wp-content/uploads/2009/05/p11.jpg" alt="" width="300" height="225" /></a></p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://pattaya.kapook.com/wp-content/uploads/2009/05/p13.jpg"><img class="size-medium wp-image-166 aligncenter" title="p13" src="http://pattaya.kapook.com/wp-content/uploads/2009/05/p13.jpg" alt="" width="300" height="225" /></a></p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://pattaya.kapook.com/wp-content/uploads/2009/05/p15.jpg"><img class="size-medium wp-image-167 aligncenter" title="p15" src="http://pattaya.kapook.com/wp-content/uploads/2009/05/p15.jpg" alt="" width="300" height="225" /></a><br />
<a href="http://pattaya.kapook.com/wp-content/uploads/2009/05/p12.jpg"></a></p>
<p><strong><span style="color: #f08080;"><br />
บ้านสุขาวดี</span></strong><span style="color: #00ced1;"> </span><span style="color: #00adaf;">เป็นคฤหาสน์ริมทะเลพัทยา  ตั้งอยู่บริเวณชายทะเล อำเภอบางละมุง บนเนื้อที่กว่า 80 ไร่  ตัวบ้านเป็นสถาปัตถกรรมประยุกต์แบบโรมันที่ใช้โทนสีชมพูและฟ้าเป็นหลัก ภายในมีการตกแต่งที่หรูหรา ด้วยเฟอร์นิเจอร์ที่โดดเด่นสไตล์ยุโรป เปิดให้นักท่องเที่ยว และผู้ที่สนใจเข้าชม บ้านสุขาวดีเป็นบ้านของคนไทย โดยเจ้าของคือ ดร.ปัญญา โชติเทวัญ  เจ้าของธุรกิจสหฟาร์ม  </span></p>
<p><strong><span style="color: #f08080;"><a href="http://pattaya.kapook.com/wp-content/uploads/2009/05/ann-154.gif"><img class="alignnone size-medium wp-image-169" title="ann-154" src="http://pattaya.kapook.com/wp-content/uploads/2009/05/ann-154.gif" alt="" width="13" height="13" /></a> ประวัติของบ้านสุขาวดี</span></strong></p>
<p>บ้านสุขาวดี เริ่มก่อสร้างขึ้นในปี 2543 บนเนื้อที่ 12 ไร่  ติดถนนสุขุมวิท หลักกิโลเมตรที่ 129 ห่างจากที่ว่าการอำเภอบางละมุง ประมาณ 1 กิโลเมตร  มีชายหาดยาว 400 เมตร ปัจจุบันมีเนื้อที่กว่า 80 ไร่</p>
<p>&#8220;บ้านสุขาวดีเปิดกว้างขึ้นด้วยเจตนารมณ์ที่ต้องการให้ผู้มีโอกาสได้มาสัมผัสเป็นเจ้าของร่วมกันและได้ค้นพบถึงสัจธรรมในการดำเนินชีวิต พร้อมทั้งสิ่งศักดิ์สิทธิ์มากมายที่ควรสักการะ อาทิเช่น พระพุทธเจ้าปางประสูติ , พระแม่กวนอิม , พระเจ้าตากสินมหาราช , รัชกาลที่ 5 , กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ หรือพระบิดาแห่งราชนาวีไทย เป็นต้น  ทุกสิ่งทุกอย่างในสถานที่แห่งนี้ถูกกำหนดขึ้นอย่างมีดีไซน์ ประกอบด้วยศาสตร์ และศิลป์อย่างลงตัว  สมดุล และมีเหตุมีผล ด้วยบรรยากาศเงียบสงบ แวดล้อมด้วยพันธุ์ไม้ และภูมิทัศน์ที่งดงาม และยังมีอาคารโดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรม  ด้วยอำนาจของความรัก ความเมตตา ของผู้สร้างซึ่งไม่เคยยอมแพ้และไม่ยอมให้ความจนเป็นข้อจำกัดในชีวิต ขอให้สิ่งเหล่านี้เป็นกำลังใจ หรือเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของแง่คิดที่จะนำพาท่านไปสู่จุดหมาย&#8221; ดร.ปัญญา</p>
<p><a href="http://pattaya.kapook.com/wp-content/uploads/2009/05/p2.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-163" title="p2" src="http://pattaya.kapook.com/wp-content/uploads/2009/05/p2.jpg" alt="" width="200" height="300" /></a> <a href="http://pattaya.kapook.com/wp-content/uploads/2009/05/p4.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-164" title="p4" src="http://pattaya.kapook.com/wp-content/uploads/2009/05/p4.jpg" alt="" width="200" height="300" /></a> <a href="http://pattaya.kapook.com/wp-content/uploads/2009/05/p1.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-165" title="p1" src="http://pattaya.kapook.com/wp-content/uploads/2009/05/p1.jpg" alt="" width="200" height="300" /></a></p>
<p><strong><span style="color: #f08080;"><img class="alignnone size-medium wp-image-169" title="ann-154" src="http://pattaya.kapook.com/wp-content/uploads/2009/05/ann-154.gif" alt="" width="13" height="13" /> บ้านสุขาวดี ประกอบด้วยอาคารหลักๆ ดังนี้</span></strong></p>
<p>1. อาคารพระแม่กวนอิม (Main building &amp; Goddess of Mercy) <br />
2. อาคารโดมพระ (Buddha tower) <br />
3. ศาลหลักเมือง (Sukhawadee?s Pillar Shrine) <br />
4. ความลับสวรรค (Yin &#8211; Yang Zone) <br />
5. อาคารพุทธบารมี (Buddhabaramee/Convention Hall) / เวที่เฉลิมพระเกียรติ (Royal Chalermprakiet stage) <br />
6. โดมละหมาด (Salah Dome ) / อาคารไอริสโซเฟีย (Airis Sophia?s souvenir shop ) <br />
7. สหฟาร์มสเตชั่น (Saha Farm Station) <br />
8. จุดบริการอาหารและเครื่องดื่ม ( Saha Farm Kitchen &amp; Restaurant) <br />
9. อาคารสโมสร (Club House) <br />
10. อาคารสัจธรรม (Hall of Truth) </p>
<p><span style="color: #008080;">ทั้งนี้ บ้านสุขาวดีเปิดให้บุคคลภายนอกเข้าไปเที่ยวชมความงามในวันธรรมดาจันทร์-ศุกร์ เวลา 08.30 – 18.00 น. เฉพาะบริเวณด้านนอกของบ้าน แต่ในช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ จะเปิดให้เข้าชมภายในตัวบ้าน ตั้งแต่เวลา 08.00 – 18.00 น. และยังสามารถขึ้นไปยังชั้นดาดฟ้าเพื่อเข้าไปสักการะเจ้าแม่กวนอิม ซึ่งได้รับการล่ำลือว่าศักดิ์สิทธิ์ขอพรสิ่งใดก็ได้ดังปรารถนา </span></p>
<p><strong><span style="color: #f08080;"><img class="alignnone size-medium wp-image-169" title="ann-154" src="http://pattaya.kapook.com/wp-content/uploads/2009/05/ann-154.gif" alt="" width="13" height="13" /> อัตราค่าเข้าชม</span></strong></p>
<p>ผู้ใหญ่ – บุคคลทั่วไป 200 บาท<br />
เยาวชน นักเรียน นักศึกษา 50 บาท<br />
นักบวช พระภิกษุสงฆ์ และเด็กที่มีความสูงไม่เกิน 100 เซนติเมตร ไม่เสียค่าผ่านประตู</p>
<p><span style="color: #008080;"><strong><img class="alignnone size-medium wp-image-169" title="ann-154" src="http://pattaya.kapook.com/wp-content/uploads/2009/05/ann-154.gif" alt="" width="13" height="13" /> <span style="color: #f08080;">ติดต่อรายละเอียดเพิ่มเติม</span></strong> </span><span style="color: #000000;">ได้ทางโทรศัพท์หมายเลข 01-572-4067, 09-813-2971, 038-223454<br />
</span></p>
<p>ขอขอบคุณข้อมูลจาก<br />
<a href="http://www.tat.or.th/central03/travelplacedet.asp?prov_id=20&amp;id=3235&amp;dept_id=31" target="_blank"><img src="http://hilight.kapook.com/admin_hilight/spaw2/imghilight4/logo/TOT_2.jpg" border="0" alt="" width="86" height="71" /></a>, <a href="http://www.sukhawadee.com/TH/about.php" target="_blank">sukhawadee.com</a><br />
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก <br />
<a href="http://www.pattayadailynews.com/thai/showfeature.php?FeatureID=0000000149" target="_blank">pattayadailynews.com </a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://pattaya.kapook.com/00021/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ตลาดน้ำ 4 ภาค ของดีพัทยา</title>
		<link>http://pattaya.kapook.com/00020/</link>
		<comments>http://pattaya.kapook.com/00020/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 28 Apr 2009 10:59:56 +0000</pubDate>
		<dc:creator>pimjun</dc:creator>
				<category><![CDATA[สถานที่ท่องเที่ยว]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดน้ำ 4 ภาค]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดน้ำ 4 ภาค พัทยา]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://pattaya.kapook.com/?p=155</guid>
		<description><![CDATA[


ของดีพัทยา ตลาดน้ำสี่ภาค (ไอเอ็นเอ็น)
ตลาดน้ำสี่ภาคถือว่าของดีที่ซุกซ่อนอยู่ในเมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี แม้การท่องเที่ยวในภาพรวมจะซบเซาแต่ที่นี่กำลังได้รับความนิยมจากนักท่อง เที่ยวแวะเวียนมาเยือนอย่างไม่ขาดสาย
การเดินทางก็แสนสะดวกสบาย จากกรุงเทพ เข้าถนนสุขุมวิท เลยพัทยาใต้ไปสักหน่อยก็จะเห็นเรือนไทยพร้อมป้ายขนาดใหญ่เด่นเป็นตระ ง่านอยู่ทางซ้ายมือ มีซุ้มประตูน้ำต้อนรับท้าทายให้เราเดินเข้าไปท่ามกลางอากาศร้อนที่อบอ้าว สิ่ง แรกที่เราพบเห็นคือ หมู่เรือนไทยท่ามกลางบ่อน้ำขนาดใหญ่ที่ขุดขึ้นเป็นคลองเล็กคลองน้อย มีสะพานไม้ทอดเลียบไปให้เดินสัมผัสกับร้านค้าจำหน่ายของพื้นเมืองจากภาค ต่างๆ เดินผ่านเข้าไปจะมีซุ้มเรือนไทยประดิษฐานพระพิฆเนศแกะสลักจากไม้ขนาดใหญ่ให้ไหว้บูชา




ขณะที่ บนสายน้ำมีเรือจอดเทียบจำหน่ายอาหารนานาชนิดๆ ส่งกลิ่มหอมเย้ายวนให้เลือกซื้อมาลิ้มลอง ทั้งก๋วยเตี๋ยวเรือ ไข่ปลาหมึกย่าง ไข่กระทะ ผลไม้นานาชนิด ที่จำหน่ายในราคาคนไทยแบบไม่แพงจนรับไม่ได้
หากเหนื่อยล้าไม่คิดจะย่างเท้ายังมีบริการล่องเรือให้สัมผัสวิถีชีวิตพื้นบ้าน แบบไทยๆ อย่างใกล้ แต่หากมีแรงเดินต่อบนสะพานไม้ที่ทอดยาวไปจะมีร้านค้าจำหน่ายของแปลกๆ แต่เราอาจจะชินตาจากตลาดน้ำอัมพวาวางขายอยู่เป็นระยะ ทั้งร้านของเล่นที่ย้อนไปสมัยพ่อแม่เราเป็นเด็ก ที่ทำให้เพลิดเพลินให้เลือกซื้อหาไม่น้อย


แต่แล้วก็ต้องมาสะดุดกับนักดนตรีแปลกๆ กลุ่มนี้ที่บรรเลงเพลงขับกล่อมผู้คนที่ผ่านไปมาด้วยสีหน้าที่ยิ้มแย้ม เดินต่อไปจนเกือบสุดทางฝูงแพะร้องเชิญชวนให้เราซื้อนมป้อน จนใครหลายคนอดใจไม่ไหวต้องควักกระเป๋าจนได้ นอกจากนี้ ตลาดน้ำสี่ภาคพัทยายังมีการแสดงวัฒนธรรมไทยไว้ให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และต่างชาติได้รับชม ทั้งฟ้อนรำจากภาคต่าง ๆ หากคิดสนุกจะร่วมแข่งมวยทะเลที่ผู้ชมต่างส่งเสียงเชียร์ลั่นก็ได้
ตลาดน้ำสี่ภาคพัทยาเปิดแต่สายๆ จนถึงดึกเที่ยงคืน หากมาในเวลากลางวันอย่าลืมพกร่มหรืออุปกรณ์คลายร้อนมาด้วยนะคะ


ปิดท้ายทริปพัทยาครั้งนี้ด้วยจุดชมวิวเขาพระตำนัก ซึ่งถือว่าหากใครมาพัทยาแล้วไม่ขึ้นมาชมความสวยงามของวิวมุมสูงที่นี้ ถือว่ามาไม่ถึงพัทยาเลยทีเดียว
ทั้งหมดนี้คือแค่ ส่วนหนึ่งของพัทยา ที่มีหลายสิ่งให้ท่องเที่ยวนอกจากแสงสียามค่ำคืน ไทยเที่ยวไทยจึงเป็นอีกหนทางที่เราจะช่วยกันกู้วิกฤตเศรษฐกิจของชาติเราค่ะ
ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก

พาเที่ยวโดย : อารมย์ สมวงศ์
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p align="center"><img style="width: 450px; height: 309px;" src="http://hilight.kapook.com/img_cms/169605%5B0%5D.jpg" border="0" alt="ตลาดน้ำสี่ภาค" width="450" height="309" /></p>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter" style="width: 450px; height: 311px;" src="http://hilight.kapook.com/img_cms/169605%5B2%5D.jpg" border="0" alt="ตลาดน้ำสี่ภาค" width="450" height="311" /></p>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter" style="width: 450px; height: 311px;" src="http://hilight.kapook.com/img_cms/169605%5B1%5D.jpg" border="0" alt="ตลาดน้ำสี่ภาค" width="450" height="311" /></p>
<p align="left"><strong>ของดีพัทยา ตลาดน้ำสี่ภาค (ไอเอ็นเอ็น)</strong></p>
<p><span style="color: #0000ff;">ตลาดน้ำสี่ภาคถือว่าของดีที่ซุกซ่อนอยู่ในเมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี แม้การท่องเที่ยวในภาพรวมจะซบเซาแต่ที่นี่กำลังได้รับความนิยมจากนักท่อง เที่ยวแวะเวียนมาเยือนอย่างไม่ขาดสาย</span></p>
<p>การเดินทางก็แสนสะดวกสบาย จากกรุงเทพ เข้าถนนสุขุมวิท เลยพัทยาใต้ไปสักหน่อยก็จะเห็นเรือนไทยพร้อมป้ายขนาดใหญ่เด่นเป็นตระ ง่านอยู่ทางซ้ายมือ มีซุ้มประตูน้ำต้อนรับท้าทายให้เราเดินเข้าไปท่ามกลางอากาศร้อนที่อบอ้าว <strong>สิ่ง แรกที่เราพบเห็นคือ หมู่เรือนไทยท่ามกลางบ่อน้ำขนาดใหญ่ที่ขุดขึ้นเป็นคลองเล็กคลองน้อย มีสะพานไม้ทอดเลียบไปให้เดินสัมผัสกับร้านค้าจำหน่ายของพื้นเมืองจากภาค ต่างๆ</strong> เดินผ่านเข้าไปจะมีซุ้มเรือนไทยประดิษฐานพระพิฆเนศแกะสลักจากไม้ขนาดใหญ่ให้ไหว้บูชา</p>
<p align="center">
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter" style="width: 450px; height: 315px;" src="http://hilight.kapook.com/img_cms/169605%5B3%5D.jpg" border="0" alt="ตลาดน้ำสี่ภาค" width="450" height="315" /></p>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter" style="width: 450px; height: 289px;" src="http://hilight.kapook.com/img_cms/169605%5B4%5D.jpg" border="0" alt="ตลาดน้ำสี่ภาค" width="450" height="289" /></p>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter" style="width: 450px; height: 289px;" src="http://hilight.kapook.com/img_cms/169605%5B5%5D.jpg" border="0" alt="ตลาดน้ำสี่ภาค" width="450" height="289" /></p>
<p align="left"><span style="color: #800080;">ขณะที่ บนสายน้ำมีเรือจอดเทียบจำหน่ายอาหารนานาชนิดๆ ส่งกลิ่มหอมเย้ายวนให้เลือกซื้อมาลิ้มลอง ทั้งก๋วยเตี๋ยวเรือ ไข่ปลาหมึกย่าง ไข่กระทะ ผลไม้นานาชนิด ที่จำหน่ายในราคาคนไทยแบบไม่แพงจนรับไม่ได้</span></p>
<p><strong>หากเหนื่อยล้าไม่คิดจะย่างเท้ายังมีบริการล่องเรือให้สัมผัสวิถีชีวิตพื้นบ้าน แบบไทยๆ อย่างใกล้ แต่หากมีแรงเดินต่อบนสะพานไม้ที่ทอดยาวไปจะมีร้านค้าจำหน่ายของแปลกๆ</strong> แต่เราอาจจะชินตาจากตลาดน้ำอัมพวาวางขายอยู่เป็นระยะ ทั้งร้านของเล่นที่ย้อนไปสมัยพ่อแม่เราเป็นเด็ก ที่ทำให้เพลิดเพลินให้เลือกซื้อหาไม่น้อย</p>
<p align="center"><a href="http://www.innnews.co.th/travelife/169605%5B6%5D.jpg" target="_blank"><img style="width: 323px; height: 418px;" src="http://www.innnews.co.th/travelife/169605%5B6%5D.jpg" border="0" alt="ตลาดน้ำสี่ภาค" width="323" height="418" /></a></p>
<p align="center"><img src="http://hilight.kapook.com/img_cms/169605%5B7%5D.jpg" border="0" alt="" /></p>
<p align="left"><span style="color: #0000ff;">แต่แล้วก็ต้องมาสะดุดกับนักดนตรีแปลกๆ กลุ่มนี้ที่บรรเลงเพลงขับกล่อมผู้คนที่ผ่านไปมาด้วยสีหน้าที่ยิ้มแย้ม เดินต่อไปจนเกือบสุดทางฝูงแพะร้องเชิญชวนให้เราซื้อนมป้อน จนใครหลายคนอดใจไม่ไหวต้องควักกระเป๋าจนได้ นอกจากนี้ ตลาดน้ำสี่ภาคพัทยายังมีการแสดงวัฒนธรรมไทยไว้ให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และต่างชาติได้รับชม ทั้งฟ้อนรำจากภาคต่าง ๆ หากคิดสนุกจะร่วมแข่งมวยทะเลที่ผู้ชมต่างส่งเสียงเชียร์ลั่นก็ได้</span></p>
<p><strong>ตลาดน้ำสี่ภาคพัทยาเปิดแต่สายๆ จนถึงดึกเที่ยงคืน หากมาในเวลากลางวันอย่าลืมพกร่มหรืออุปกรณ์คลายร้อนมาด้วยนะคะ</strong></p>
<p align="center"><img style="width: 450px; height: 303px;" src="http://hilight.kapook.com/img_cms/169605%5B8%5D.jpg" border="0" alt="ตลาดน้ำสี่ภาค" width="450" height="303" /></p>
<p align="center"><img style="width: 450px; height: 304px;" src="http://hilight.kapook.com/img_cms/169605%5B9%5D.jpg" border="0" alt="ตลาดน้ำสี่ภาค" width="450" height="304" /></p>
<p align="left">ปิดท้ายทริปพัทยาครั้งนี้ด้วยจุดชมวิวเขาพระตำนัก ซึ่งถือว่าหากใครมาพัทยาแล้วไม่ขึ้นมาชมความสวยงามของวิวมุมสูงที่นี้ ถือว่ามาไม่ถึงพัทยาเลยทีเดียว</p>
<p><strong>ทั้งหมดนี้คือแค่ ส่วนหนึ่งของพัทยา ที่มีหลายสิ่งให้ท่องเที่ยวนอกจากแสงสียามค่ำคืน ไทยเที่ยวไทยจึงเป็นอีกหนทางที่เราจะช่วยกันกู้วิกฤตเศรษฐกิจของชาติเราค่ะ</strong></p>
<p>ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก<br />
<a href="http://www.innnews.co.th/Travelife.php?nid=169605" target="_blank"><img src="http://hilight.kapook.com/img_cms/logo/innnews.jpg" border="0" alt="" width="170" height="36" /></a><br />
พาเที่ยวโดย : อารมย์ สมวงศ์</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://pattaya.kapook.com/00020/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>อุทยานสามก๊ก</title>
		<link>http://pattaya.kapook.com/00019/</link>
		<comments>http://pattaya.kapook.com/00019/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 17 Apr 2009 09:38:45 +0000</pubDate>
		<dc:creator>pimjun</dc:creator>
				<category><![CDATA[สถานที่ท่องเที่ยว]]></category>
		<category><![CDATA[อุทยานสามก๊ก]]></category>
		<category><![CDATA[อุทยานสามก๊ก พัทยา]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://pattaya.kapook.com/?p=147</guid>
		<description><![CDATA[


อุทยานสามก๊ก ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2538 บนเนื้อที่ 36 ไร่ แล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2543 และเปิดอย่างเป็นทางการในปี พ.ศ. 2545 จากการริเริ่มของคุณเกียรติ ศรีเฟื่องฟุ้ง หนึ่งในนักธุรกิจเชื้อสายจีนที่มีชื่อเสียงของประเทศไทย โดยมีเจตนารมณ์ที่จะสร้างสถานที่แห่งนี้ให้เปี่ยมไปด้วยคุณค่าของศิลปะ วัฒนธรรม ประวัติศาสตร์และเรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้นในประเทศไทยและจีน อีกทั้ง เพื่อเป็นที่ศึกษาหาความรู้และดื่มด่ำกับความสวยงามของศิลปะไทย-จีนประยุกต์ 
การตกแต่งภายในมีการนำเสนอเรื่องราวของพงศาวดารจีนเรื่อง “สามก๊ก” ที่ให้ข้อคิดการดำเนินชีวิต และคำสั่งสอนต่างๆที่เพื่อให้เป็นประโยชน์ในการศึกษาแก่อนุชนรุ่นหลัง นอกจากนี้ในอุทยานสามก๊ก ยังเป็นที่ประดิษฐานของพระบรมสารีริกธาตุ ซึ่งพบในถ้ำแห่งหนึ่งที่จังหวัดลำพูน
สำหรับการออกแบบอุทยานสามก๊ก ทางสถาปัตยกรรม ภูมิสถาปัตย์ ผังบริเวณ และการตกแต่งภายใน เป็นการออกแบบเชิงศิลปะสถาปัตยกรรมด้วยศิลปกรรมแบบจีน ผสมผสานอย่างลงตัวกับเอกลักษณ์ศิลปกรรมแบบไทยประยุกต์ แสดงถึงความผูกพันที่คุณเกียรติมีต่อแผ่นดินทั้งสอง ภายในอุทยานสามก๊ก ประกอบด้วยอาคาร 3 อาคาร สร้างขึ้นตามหลักฮวงจุ้ยของจีน 
มีอะไรน่าสนใจบ้าง  ที่อุทยานสามก๊ก
 
 อาคารประธาน
ตั้งอยู่บนพื้นที่สูงที่สุดของอุทยาน เมื่อเดินเข้ามาแล้วมองตรงไป จะเห็นอาคารตั้งเด่นเป็นสง่า ภายในอาคารมีทั้งหมด 4 ชั้น แต่ละชั้นจัดแสดงเรื่องราวต่างๆ ดังนี้
 ชั้นแรก จัดแสดงรูปปั้น [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><strong><span style="background-color: #ffff00;"><br />
</span></strong><img src="http://203.150.225.235/img_cms/guide/00002.jpg" border="0" alt="" width="300" height="225" /></p>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter" src="http://203.150.225.235/img_cms/guide/00007.jpg" border="0" alt="" /></p>
<p><span style="color: #800080;">อุทยานสามก๊ก ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2538 บนเนื้อที่ 36 ไร่ แล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2543 และเปิดอย่างเป็นทางการในปี พ.ศ. 2545 จากการริเริ่มของคุณเกียรติ ศรีเฟื่องฟุ้ง หนึ่งในนักธุรกิจเชื้อสายจีนที่มีชื่อเสียงของประเทศไทย โดยมีเจตนารมณ์ที่จะสร้างสถานที่แห่งนี้ให้เปี่ยมไปด้วยคุณค่าของศิลปะ วัฒนธรรม ประวัติศาสตร์และเรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้นในประเทศไทยและจีน อีกทั้ง เพื่อเป็นที่ศึกษาหาความรู้และดื่มด่ำกับความสวยงามของศิลปะไทย-จีนประยุกต์ </span></p>
<p><strong>การตกแต่งภายในมีการนำเสนอเรื่องราวของพงศาวดารจีนเรื่อง “สามก๊ก” ที่ให้ข้อคิดการดำเนินชีวิต และคำสั่งสอนต่างๆที่เพื่อให้เป็นประโยชน์ในการศึกษาแก่อนุชนรุ่นหลัง</strong> นอกจากนี้ในอุทยานสามก๊ก ยังเป็นที่ประดิษฐานของพระบรมสารีริกธาตุ ซึ่งพบในถ้ำแห่งหนึ่งที่จังหวัดลำพูน</p>
<p><span style="color: #800000;">สำหรับการออกแบบอุทยานสามก๊ก ทางสถาปัตยกรรม ภูมิสถาปัตย์ ผังบริเวณ และการตกแต่งภายใน เป็นการออกแบบเชิงศิลปะสถาปัตยกรรมด้วยศิลปกรรมแบบจีน ผสมผสานอย่างลงตัวกับเอกลักษณ์ศิลปกรรมแบบไทยประยุกต์ แสดงถึงความผูกพันที่คุณเกียรติมีต่อแผ่นดินทั้งสอง ภายในอุทยานสามก๊ก ประกอบด้วยอาคาร 3 อาคาร สร้างขึ้นตามหลักฮวงจุ้ยของจีน </span></p>
<p><strong><span style="background-color: #ffff00;">มีอะไรน่าสนใจบ้าง  ที่อุทยานสามก๊ก</span></strong></p>
<p><img src="http://203.150.225.235/img_cms/guide/00004.jpg" border="0" alt="" width="300" height="225" /> <img src="http://203.150.225.235/img_cms/guide/00005.jpg" border="0" alt="" width="300" height="225" /></p>
<p><a href="http://pattaya.kapook.com/wp-content/uploads/2009/04/strawberry_kiszy_20051223184627.gif"><img class="alignnone size-medium wp-image-149" title="strawberry_kiszy_20051223184627" src="http://pattaya.kapook.com/wp-content/uploads/2009/04/strawberry_kiszy_20051223184627.gif" alt="" width="30" height="30" /></a> <span style="color: #ff6600;"><strong>อาคารประธาน</strong></span></p>
<p>ตั้งอยู่บนพื้นที่สูงที่สุดของอุทยาน เมื่อเดินเข้ามาแล้วมองตรงไป จะเห็นอาคารตั้งเด่นเป็นสง่า ภายในอาคารมีทั้งหมด 4 ชั้น แต่ละชั้นจัดแสดงเรื่องราวต่างๆ ดังนี้</p>
<p><a href="http://pattaya.kapook.com/wp-content/uploads/2009/04/ann-154.gif"><img class="alignnone size-medium wp-image-151" title="ann-154" src="http://pattaya.kapook.com/wp-content/uploads/2009/04/ann-154.gif" alt="" width="13" height="13" /></a><strong> ชั้นแรก</strong> จัดแสดงรูปปั้น ประวัติ ผลงาน ภาพตระกูลและจดหมายปิดผนึกของคุณเกียรติ ศรีเฟื่องฟุ้ง และจัดแสดงรูปปั้นตัวเอกในเรื่องสามก๊กจำนวน 12 รูป เช่น เล่าปี่ กวนอู ขงเบ้ง ลิโป้ ฯลฯ</p>
<p><a href="http://pattaya.kapook.com/wp-content/uploads/2009/04/ann-154.gif"><img class="alignnone size-medium wp-image-151" title="ann-154" src="http://pattaya.kapook.com/wp-content/uploads/2009/04/ann-154.gif" alt="" width="13" height="13" /></a><strong> ชั้น 2 และ3 </strong>จัดแสดงภาพเขียนสีน้ำมัน เขียนลงบนผ้าใบ เพื่อให้คงทนและเก็บรักษาได้คงและเก็บรักษาได้นาน โดยภาพมีความยาวถึง 100 ม. ซึ่งวาดเป็นเรื่องราวของขงเบ้งตั้งแต่เกิดจนตาย</p>
<p><a href="http://pattaya.kapook.com/wp-content/uploads/2009/04/ann-154.gif"><img class="alignnone size-medium wp-image-151" title="ann-154" src="http://pattaya.kapook.com/wp-content/uploads/2009/04/ann-154.gif" alt="" width="13" height="13" /></a> <strong>ชั้น 4</strong> เป็นที่ประดิษฐานของพระบรมสารีริกธาตุ พระอรหันตธาตุ พระพุทธรูปปางประทานพร พระสังกัจจายน์ และพระตี่จั่งอ้วง นอกจากนี้ที่ระเบียงภายนอกยังเป็นจุดชมวิวของอุทยานอีกด้วย</p>
<p><strong><span style="background-color: #ffff00;"><img class="alignleft" src="http://203.150.225.235/img_cms/guide/00001.jpg" border="0" alt="" width="300" height="223" /></span></strong></p>
<p><img src="http://203.150.225.235/img_cms/guide/00006.jpg" border="0" alt="" width="300" height="225" /></p>
<p><a href="http://pattaya.kapook.com/wp-content/uploads/2009/04/strawberry_kiszy_20051223184627.gif"><img class="alignnone size-medium wp-image-149" title="strawberry_kiszy_20051223184627" src="http://pattaya.kapook.com/wp-content/uploads/2009/04/strawberry_kiszy_20051223184627.gif" alt="" width="30" height="30" /></a><span style="color: #ff6600;"><strong>อาคารศาลเจ้ากวนอู </strong></span>อยู่ ทางด้านขวามือของอาคารพระพระโพธิสัตว์พระแม่กวนอิม กวนอูเป็นเทพเจ้าแห่งความซื่อสัตย์ หล่อด้วยเรซิ่นไฟเบอร์กลาส ซึ่งนำแบบมาจากต้นฉบับเดิมที่เหมือนตัวจริงท่านมาก โดยเฉพาะหน้าที่ดูเกรงขาม มือถือง้าวไม้สักแกะสลัก<span style="color: #ff6600;"><strong></strong></span></p>
<p><strong></strong><a href="http://pattaya.kapook.com/wp-content/uploads/2009/04/strawberry_kiszy_20051223184627.gif"><img class="alignnone size-medium wp-image-149" title="strawberry_kiszy_20051223184627" src="http://pattaya.kapook.com/wp-content/uploads/2009/04/strawberry_kiszy_20051223184627.gif" alt="" width="30" height="30" /></a><span style="color: #ff6600;"><strong>อาคารเอนกประสงค์ </strong></span></p>
<p>อยู่ทางซ้ายมือของอาคารประธาน ประกอบด้วย 18 อรหันต์ รูปปั้นฮก ลก ซิ่ว และพระสังกัจจายน์ อาคารนี้มีไว้สำหรับจัดกิจกรรมหรือนิทรรศการต่างๆ</p>
<p><a href="http://pattaya.kapook.com/wp-content/uploads/2009/04/strawberry_kiszy_20051223184627.gif"><img class="alignnone size-medium wp-image-149" title="strawberry_kiszy_20051223184627" src="http://pattaya.kapook.com/wp-content/uploads/2009/04/strawberry_kiszy_20051223184627.gif" alt="" width="30" height="30" /></a><span style="color: #ff6600;"><strong>อาคารพระโพธิสัตว์กวนอิม</strong></span></p>
<p>ตรงข้ามกับอาคารอเนกประสงค์  เป็นที่ประดิษฐานพระโพธิสัตว์กวนอิม ซึ่งทำมาจากหินอ่อนขาวขนาดใหญ่ ปางประทับนั่ง รอบๆ องค์ท่านมีรูปปั้นของของท้าวจตุโลกบาล หมายถึง หัวหน้าเทวดาบนสวรรค์ชั้นจตุมหาราช ซึ่งเป็นชั้นแรกของสวรรค์ทั้ง 6 ชั้น มีหน้าที่ดูแลรักษาโลกในทิศทั้งสี่ ได้แก่ ท้าวธตรฐ ท้าววิรูฬหก ท้าวอสูรปักษี และท้าวกุเวส</p>
<p><a href="http://pattaya.kapook.com/wp-content/uploads/2009/04/strawberry_kiszy_20051223184627.gif"><img class="alignnone size-medium wp-image-149" title="strawberry_kiszy_20051223184627" src="http://pattaya.kapook.com/wp-content/uploads/2009/04/strawberry_kiszy_20051223184627.gif" alt="" width="30" height="30" /></a><span style="color: #ff6600;"><strong>ลานไม้โบราณ </strong></span></p>
<p>เป็นลานไม้ที่กลายสภาพเป็นหิน มีการจัดวางไว้อย่างสวยงามกลมกลืนกับการจัดสนาม</p>
<p><a href="http://pattaya.kapook.com/wp-content/uploads/2009/04/strawberry_kiszy_20051223184627.gif"><img class="alignnone size-medium wp-image-149" title="strawberry_kiszy_20051223184627" src="http://pattaya.kapook.com/wp-content/uploads/2009/04/strawberry_kiszy_20051223184627.gif" alt="" width="30" height="30" /></a><span style="color: #ff6600;"><strong>ระเบียงจิตรกรรม</strong></span></p>
<p>มีความยาวถึง 223.8 ม. เป็นภาพวาดกระเบื้องเคลือบดินเผาจากประเทศจีน ที่บันทึกเรื่องราวตอนสำคัญๆ ของเรื่องสามก๊กจำนวน 56 ตอน ตั้งแต่ต้นจนจบ<br />
<span style="color: #0000ff;"><strong>การเดินทาง</strong></span></p>
<p><a href="http://pattaya.kapook.com/wp-content/uploads/2009/04/ann56.gif"><img class="alignnone size-medium wp-image-150" title="ann56" src="http://pattaya.kapook.com/wp-content/uploads/2009/04/ann56.gif" alt="" width="15" height="15" /></a> <strong>รถยนต์ส่วนตัว </strong>เลี้ยวซ้ายจากถนนสุขมวิท ที่ซอยแม่ลาปลาเผา (ถนนพระประภานิมิตร) หรือซอยเนินพลับพลาหวาน ผ่านอ่างเก็บน้ำมาบประชันไปประมาณ 500 เมตร</p>
<p><a href="http://pattaya.kapook.com/wp-content/uploads/2009/04/ann56.gif"><img class="alignnone size-medium wp-image-150" title="ann56" src="http://pattaya.kapook.com/wp-content/uploads/2009/04/ann56.gif" alt="" width="15" height="15" /></a> <strong>รถประจำทาง </strong> เหมาสองแถวจากพัทยากลาง</p>
<p><span style="color: #0000ff;"><strong>เวลาให้บริการ</strong></span></p>
<p><a href="http://pattaya.kapook.com/wp-content/uploads/2009/04/ann56.gif"><img class="alignnone size-medium wp-image-150" title="ann56" src="http://pattaya.kapook.com/wp-content/uploads/2009/04/ann56.gif" alt="" width="15" height="15" /></a> วันธรรมดา 10:00-17:00 น.<br />
<a href="http://pattaya.kapook.com/wp-content/uploads/2009/04/ann56.gif"><img class="alignnone size-medium wp-image-150" title="ann56" src="http://pattaya.kapook.com/wp-content/uploads/2009/04/ann56.gif" alt="" width="15" height="15" /></a> เสาร์-อาทิตย์ 10:00-18:00 น.</p>
<p><strong>ค่าบริการ</strong></p>
<p><a href="http://pattaya.kapook.com/wp-content/uploads/2009/04/ann56.gif"><img class="alignnone size-medium wp-image-150" title="ann56" src="http://pattaya.kapook.com/wp-content/uploads/2009/04/ann56.gif" alt="" width="15" height="15" /></a> ชาวไทย ผู้ใหญ่ 80 บาท เด็ก 40 บาท<br />
<a href="http://pattaya.kapook.com/wp-content/uploads/2009/04/ann56.gif"><img class="alignnone size-medium wp-image-150" title="ann56" src="http://pattaya.kapook.com/wp-content/uploads/2009/04/ann56.gif" alt="" width="15" height="15" /></a> ชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 150 บาท เด็ก 80 บาท</p>
<p><span style="color: #0000ff;"><strong>หมายเลขโทรศัพท์สำคัญ</strong></span></p>
<p>เบอร์โทรศัพท์ : 038-421-429<br />
โทรสาร : 038-421-428</p>
<p>ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก</p>
<p>- <a href="http://www.pattayadailynews.com/thai/showfeature.php?FeatureID=0000000146" target="_blank">pattayadailynews.com</a><br />
- <a href="http://www.nairobroo.com/76/modules.php?name=News&amp;file=article&amp;sid=629" target="_blank">nairobroo.com</a><br />
- <a href="http://www.siamfreestyle.com/travel-attraction/chonburi/3kingdompark.html" target="_blank">siamfreestyle.com</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://pattaya.kapook.com/00019/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
